<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Sahaja Yoga ThailandSahaja Yoga Thailand</title>
	<atom:link href="http://thaisahajayoga.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://thaisahajayoga.com</link>
	<description>มูลนิธิสหจะโยคะ แห่งประเทศไทย</description>
	<lastBuildDate>Tue, 13 Mar 2012 05:55:52 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	
		<item>
		<title>ถาม-ตอบ เกี่ยวกับการนั่งสมาธิ ตอนที่ 1</title>
		<link>http://thaisahajayoga.com/2012/01/26/%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%9a-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://thaisahajayoga.com/2012/01/26/%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%9a-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Jan 2012 08:50:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[FAQ คำถาม]]></category>
		<category><![CDATA[Meditation]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaisahajayoga.com/?p=456</guid>
		<description><![CDATA[ถาม &#8211; ตอบ เรื่องการนั่งสมาธิ ในแบบวิธีของ &#8220;สหจะโยคะ&#8221; ตอนที่  1 1. สมาธิคืออะไร สมาธิคือการปล่อยวาง สมาธิไม่ใช่ความคิด แต่คือพาหนะที่เชื่อมโยงระหว่างเรากับตัวตนที่แท้จริงของเราและสิ่งที่เหนือกว่าเรา สมาธิคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงทำนุบำรุงจิตวิญญาณของเรา คือเชื้อเพลิงสำหรับพัฒนาการทางจิตวิญญาณของเราและเป็นกุญแจสู่การเติบโตภายในของเรา พูดง่ายๆก็คือสมาธิคือการเชื่อมต่อระหว่างเรากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 2. สมาธิมาจากไหน เมื่อสืบค้นต้นกำเนิดพบว่าสมาธิกำเนิดขึ้นตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ นักวิจัยคาดการณ์ว่าแม้แต่สังคมมนุษย์ในยุคหินก็ได้ค้นพบสภาวะจิตที่เปลี่ยนแปลงไปจนเข้าสู่สภาวะแห่งสมาธิในขณะที่จ้องมองเปลวเพลิงในกองไฟของพวกเขา เทคนิคการเข้าสมาธิถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์อินเดียโบราณที่มีอายุกว่าห้าพันปี นับพันปีมาแล้วที่สมาธิได้มีวิวัฒนาการจนมีโครงสร้างและรูปแบบที่แตกต่างกันไปและแพร่หลายไปทั่วทั้งทวีปเอเชียซึ่งเป็นทวีปแห่งต้นกำเนิด ในขณะที่สมาธิเพิ่งจะเริ่มเป็นที่รู้จักและปฏิบัติอย่างกว้างขวางในโลกตะวันตกในช่วงยุคปีพ.ศ. 2500 ถึง 2513 และนับตั้งแต่บัดนั้นสมาธิหลากหลายรูปแบบได้แพร่หลายและนิยมปฏิบัติไปทั่วโลก 3. ฉันจะได้ประโยชน์อะไรจากสมาธิในชีวิตประจำวัน ประโยชน์จากสมาธิมีมากมายหลายประการ อาทิ การช่วยรักษาสุขภาพกายและใจของเราให้แข็งแรงอยู่เสมอแม้ต้องเผชิญกับความเครียดต่างๆในชีวิตด้วยการรักษาระยะห่างระหว่างเราและความเครียดดังกล่าวอย่างเหมาะสม รวมทั้งการใช้ชีวิตด้วยความเชื่อมั่นและไว้วางใจว่าพลังศักดิ์สิทธิ์จะช่วยจัดวางชีวิตของเราให้เข้าที่เข้าทางไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม บางครั้งชีวิตก็เรียกร้องจากเรามากมายเหลือเกิน  ดังนั้นการมีวิธีรับมือกับชีวิตอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ จริงๆแล้วมันง่ายมากที่เราจะตกอยู่ในภาวะไร้สุขด้วยการเอาแต่เคร่งเครียดจากความกดดันทางการงานและชีวิตครอบครัวที่รบกวนเราอยู่เนืองๆ นอกจากนี้เรายังตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะละเลยสิ่งดีงามในชีวิตจาการหมกมุ่นอยู่กับปัญหาที่รุมเร้า สมาธิสามารถช่วยให้คุณเป็นพยานหรือผู้สังเกตการณ์สิ่งที่เป็นสาเหตุของความเครียดเหล่านั้นโดยไม่เข้าไปเกี่ยวข้องราวกับว่าคุณกำลังมองดูตัวเองจากในระยะไกลซึ่งจะทำให้คุณเห็นปัญหาและทางออกได้อย่างชัดเจน 4. สมาธิแตกต่างจากการผ่อนคลาย การใช้ความคิด การเพ่งสติ หรือการสะกดจิตตัวเองอย่างไร สมาธิแบบสหจะโยคะแตกต่างจากเทคนิคอื่นๆอย่างชัดเจนเพราะสมาธิแบบสหจะโยคะไม่เพียงช่วยให้เราผ่อนคลายหรือช่วยนำความสงบลุข ความปิติเบิกบาน และการมองโลกในแง่ดีมาให้กับเราเท่านั้น แต่คือการเปลี่ยนแปลงมนุษย์อย่างแท้จริงจากภายในซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปแต่ลึกซึ้งเพื่อในที่สุดเราจะกลายเป็นมนุษย์ที่สวยงามและเปี่ยมสุข และที่สำคัญคือไม่ต้องใช้ความพยายาม ความคิดหรือการเพ่งสติใดๆทั้งสิ้น 5. ช่วงเวลาไหนคือเวลาที่ดีที่สุดของวันสำหรับการนั่งสมาธิ เวลารุ่งสางที่พระอาทิตย์เริ่มขึ้นคือเวลาที่ดีที่สุดในการนั่งสมาธิ ในช่วงเวลานี้ผู้ปฏิบัติจะสามารถสัมผัสความเงียบภายในและการสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ มักจะได้ผลดีเป็นพิเศษกับผู้ที่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่จากการนอนหลับสนิท นอกจากนี้ตอนเย็นก็เป็นอีกช่วงเวลาที่เราจะนั่งสมาธิ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="padding-left: 30px; text-align: center;"><span style="color: #ff0000;"><a href="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2012/01/ChakraChart2hands-tr.png"><img class="aligncenter size-full wp-image-479" title="ChakraChart2hands-tr" src="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2012/01/ChakraChart2hands-tr.png" alt="" width="200" height="212" /></a>ถาม &#8211; ตอบ เรื่องการนั่งสมาธิ ในแบบวิธีของ <strong>&#8220;สหจะโยคะ&#8221; </strong>ตอนที่  1</span></p>
<h5 style="padding-left: 30px;">1. สมาธิคืออะไร</h5>
<p style="padding-left: 60px;">สมาธิคือการปล่อยวาง สมาธิไม่ใช่ความคิด แต่คือพาหนะที่เชื่อมโยงระหว่างเรากับตัวตนที่แท้จริงของเราและสิ่งที่เหนือกว่าเรา สมาธิคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงทำนุบำรุงจิตวิญญาณของเรา คือเชื้อเพลิงสำหรับพัฒนาการทางจิตวิญญาณของเราและเป็นกุญแจสู่การเติบโตภายในของเรา พูดง่ายๆก็คือสมาธิคือการเชื่อมต่อระหว่างเรากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์</p>
<h5 style="padding-left: 30px;">2. สมาธิมาจากไหน</h5>
<p style="padding-left: 60px;">เมื่อสืบค้นต้นกำเนิดพบว่าสมาธิกำเนิดขึ้นตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ นักวิจัยคาดการณ์ว่าแม้แต่สังคมมนุษย์ในยุคหินก็ได้ค้นพบสภาวะจิตที่เปลี่ยนแปลงไปจนเข้าสู่สภาวะแห่งสมาธิในขณะที่จ้องมองเปลวเพลิงในกองไฟของพวกเขา เทคนิคการเข้าสมาธิถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์อินเดียโบราณที่มีอายุกว่าห้าพันปี นับพันปีมาแล้วที่สมาธิได้มีวิวัฒนาการจนมีโครงสร้างและรูปแบบที่แตกต่างกันไปและแพร่หลายไปทั่วทั้งทวีปเอเชียซึ่งเป็นทวีปแห่งต้นกำเนิด ในขณะที่สมาธิเพิ่งจะเริ่มเป็นที่รู้จักและปฏิบัติอย่างกว้างขวางในโลกตะวันตกในช่วงยุคปีพ.ศ. 2500 ถึง 2513 และนับตั้งแต่บัดนั้นสมาธิหลากหลายรูปแบบได้แพร่หลายและนิยมปฏิบัติไปทั่วโลก</p>
<h5 style="padding-left: 30px;">3. ฉันจะได้ประโยชน์อะไรจากสมาธิในชีวิตประจำวัน</h5>
<p style="padding-left: 60px;">ประโยชน์จากสมาธิมีมากมายหลายประการ อาทิ การช่วยรักษาสุขภาพกายและใจของเราให้แข็งแรงอยู่เสมอแม้ต้องเผชิญกับความเครียดต่างๆในชีวิตด้วยการรักษาระยะห่างระหว่างเราและความเครียดดังกล่าวอย่างเหมาะสม รวมทั้งการใช้ชีวิตด้วยความเชื่อมั่นและไว้วางใจว่าพลังศักดิ์สิทธิ์จะช่วยจัดวางชีวิตของเราให้เข้าที่เข้าทางไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม บางครั้งชีวิตก็เรียกร้องจากเรามากมายเหลือเกิน  ดังนั้นการมีวิธีรับมือกับชีวิตอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ จริงๆแล้วมันง่ายมากที่เราจะตกอยู่ในภาวะไร้สุขด้วยการเอาแต่เคร่งเครียดจากความกดดันทางการงานและชีวิตครอบครัวที่รบกวนเราอยู่เนืองๆ นอกจากนี้เรายังตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะละเลยสิ่งดีงามในชีวิตจาการหมกมุ่นอยู่กับปัญหาที่รุมเร้า สมาธิสามารถช่วยให้คุณเป็นพยานหรือผู้สังเกตการณ์สิ่งที่เป็นสาเหตุของความเครียดเหล่านั้นโดยไม่เข้าไปเกี่ยวข้องราวกับว่าคุณกำลังมองดูตัวเองจากในระยะไกลซึ่งจะทำให้คุณเห็นปัญหาและทางออกได้อย่างชัดเจน</p>
<h5 style="padding-left: 30px;">4. สมาธิแตกต่างจากการผ่อนคลาย การใช้ความคิด การเพ่งสติ หรือการสะกดจิตตัวเองอย่างไร</h5>
<p style="padding-left: 60px;">สมาธิแบบสหจะโยคะแตกต่างจากเทคนิคอื่นๆอย่างชัดเจนเพราะสมาธิแบบสหจะโยคะไม่เพียงช่วยให้เราผ่อนคลายหรือช่วยนำความสงบลุข ความปิติเบิกบาน และการมองโลกในแง่ดีมาให้กับเราเท่านั้น แต่คือการเปลี่ยนแปลงมนุษย์อย่างแท้จริงจากภายในซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปแต่ลึกซึ้งเพื่อในที่สุดเราจะกลายเป็นมนุษย์ที่สวยงามและเปี่ยมสุข และที่สำคัญคือไม่ต้องใช้ความพยายาม ความคิดหรือการเพ่งสติใดๆทั้งสิ้น</p>
<h5 style="padding-left: 30px;">5. ช่วงเวลาไหนคือเวลาที่ดีที่สุดของวันสำหรับการนั่งสมาธิ</h5>
<p style="padding-left: 60px;">เวลารุ่งสางที่พระอาทิตย์เริ่มขึ้นคือเวลาที่ดีที่สุดในการนั่งสมาธิ ในช่วงเวลานี้ผู้ปฏิบัติจะสามารถสัมผัสความเงียบภายในและการสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ มักจะได้ผลดีเป็นพิเศษกับผู้ที่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่จากการนอนหลับสนิท นอกจากนี้ตอนเย็นก็เป็นอีกช่วงเวลาที่เราจะนั่งสมาธิ ในตอนเช้าเรานั่งสมาธิเพื่อเริ่มต้นกิจวัตรประจำวันอย่างราบรื่น ในตอนเย็นเรานั่งสมาธิเพื่อผ่อนคลายและชำระล้างตนเองจากการใช้ชีวิตอันแสนวุ่นวายมาทั้งวัน   เวลาที่ดีที่สุดของแต่ละคนอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้ชีวิตและหน้าที่ความรับผิดชอบในแต่ละวันของเรา</p>
<h5 style="padding-left: 30px;">6. ฉันควรหลับตาหรือลืมตาเวลานั่งสมาธิ</h5>
<p style="padding-left: 60px;">โดยปกติแล้วการหลับตานั่งสมาธิจะเป็นผลดีและนำมาซึ่งประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจมากกว่า เพราะด้วยการหลับตาการรับรู้ถึงตัวตนภายในของเราจะชัดเจนและเข้มข้นมากกว่าการลืมตา แต่ถ้าคุณมีความรู้สึกที่ไม่ปกติเกิดขึ้นเช่นรู้สึกว่าร่างกายข้างในกำลังหมุนหรือมองเห็นแสงสีต่างๆ เราขอแนะนำอย่างยิ่งให้คุณลืมตา ปรากฏการณ์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าคุณไม่ได้อยู่ในปัจจุบันหรือทางสายกลางโดยคุณมีแนวโน้มที่จะหมกมุ่นกับอดีต (ช่องพลังซ้าย) หรือมุ่งไปในอนาคต (ช่องพลังขวา) สมาธิที่เปี่ยมคุณภาพจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อคุณอยู่ในปัจจุบัน (ช่องพลังกลาง) เท่านั้น</p>
<h5 style="padding-left: 30px;">7. ในการนั่ง สมาธิ แต่ละครั้งควรใช้เวลาเท่าไร</h5>
<p style="padding-left: 60px;">มันเป็นเรื่องดีที่เราจะหาเวลาให้ตัวเองในการค้นหาความเงียบภายในและจดจ่อกับมัน โดยปกติแล้วจะดีที่สุดถ้าเราใช้เวลาอย่างน้อย 15 นาทีในการนั่งสมาธิ เป็นเรื่องปกติที่การนั่งสมาธิในแต่ละครั้ง ซึ่งแม้จะใช้เวลาเท่ากัน แต่คุณภาพหรือความลึกจะไม่เท่ากัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราไม่เคยฝึกมาก่อน ดังนั้นเป้าหมายของเรา คือเวลา 15 นาทีแห่งการนั่งสมาธิที่เปี่ยมคุณภาพ  เพื่อที่จะสามารถเข้าสู่สภาวะแห่งสมาธิที่แท้จริง เราขอแนะนำอย่างยิ่ง ให้คุณยอมรับและให้อภัยความคิดทั้งหลายที่เข้ามารบกวน จากนั้นสมาธิที่แท้จริงจะเกิดขึ้น และเราจึงจะสามารถปิติสุขเบิกบานได้อย่างสมบูรณ์แบบ</p>
<h5 style="padding-left: 30px;">8. สถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการนั่งสมาธิคือที่ไหน</h5>
<p style="padding-left: 60px;">ปกติแล้วเมื่อเราตกแต่งห้องใดห้องหนึ่งให้สวยงามด้วยงานศิลปะที่มอบสุนทรียภาพให้กับคุณทุกครั้งที่คุณเข้ามาในห้องนี้ เช่นเดียวกันเมื่อคุณหาสถานที่ประจำสำหรับการนั่งสมาธิในทุกๆวันคุณก็ควรสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเข้าสู่สมาธิ แม้จะไม่มีกฏเกณฑ์ที่ตายตัวเกี่ยวกับสถานที่อันเหมาะสมแก่การนั่งสมาธิแต่การหามุมใดมุมหนึ่งของบ้านก็เป็นสิ่งที่เราขอแนะนำ นอกจากนี้การมาเข้าร่วมโปรแกรมที่ศูนย์สหจะโยคะทุกสัปดาห์ก็จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับสภาวะแห่งความเงียบภายในของคุณ และเมื่อคุณเติบโตขึ้นจากการเข้าสมาธิคุณจะพบว่าคุณจะมีความสงบสุขอยู่เสมอไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน</p>
<h5 style="padding-left: 30px;">9. จะต้องนั่งขัดสมาธิหรือไม่</h5>
<p style="padding-left: 60px;">แม้ว่าการนั่ง ขัดสมาธิ บนพื้นจะเป็นสิ่งที่ดีแต่มันก็ไม่ใช่วิธีเดียวที่เราจะนั่งเพื่อเข้าสู่สภาวะสมาธิ คุณไม่จำเป็นต้องนั่งขัดสมาธิบนพื้น คุณสามารถนั่งสมาธิบนเก้าอี้ก็ได้ (โดยเท้าทั้งสองวางแนบที่พื้นห่างกันเล็กน้อย) จำไว้ว่า สิ่งสำคัญคือคุณควรจะนั่งให้สบาย เพราะถ้าคุณนั่งในอิริยาบถที่คุณไม่ถนัดหรือไม่สบายตัว สิ่งที่จะตามมาคือสติของคุณจะออกนอกลู่นอกทางได้ง่าย จนในที่สุดก็ไม่สามารถเข้าสู่สภาวะสมาธิได้ อย่างไรก็ตามท่านั่งที่เหมาะสม ควรจะเป็นท่าที่เอื้อให้กระดูกสันหลังของคุณตั้งตรง</p>
<h5 style="padding-left: 30px;"> 10. เราสามารถจะฝึกฝนด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีครูสอนได้หรือไม่</h5>
<p style="padding-left: 60px;">ด้วยสมาธิแบบ สหจะโยคะ คุณจะกลายเป็นครูของตนเอง สมาธิจะปลดล็อคความรู้ที่สถิตอยู่ภายในตัวเรา คุณจะตื่นรู้ด้วยตนเองว่าสิ่งใดผิดสิ่งใดถูก คุณจะสัมผัสได้ว่าเทคนิคไหนที่ควรใช้อันไหนควรหลีกเลี่ยง แต่ในขณะเดียวกันคุณจะได้รับประโยชน์มากมายมหาศาลจากประสบการณ์ของคนอื่นอยู่เสมอ การนั่งสมาธิด้วยกันเป็นกลุ่มและการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ฝึกสหจะโยคะคนอื่นจะช่วยเร่งให้คุณมีพัฒนาการที่มากกว่าการฝึกตามลำพังถึงสิบเท่า มีสามคำสำคัญที่เป็นกุญแจสู่การเจริญเติบโตในสหจะโยคะนั่นคือ การรวมกลุ่ม ความอ่อนน้อมถ่อมตนและการปล่อยวาง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaisahajayoga.com/2012/01/26/%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%9a-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คำถาม ถามบ่อย (เพิ่มเติม)</title>
		<link>http://thaisahajayoga.com/2012/01/24/faq-additional/</link>
		<comments>http://thaisahajayoga.com/2012/01/24/faq-additional/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 Jan 2012 10:46:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[FAQ คำถาม]]></category>
		<category><![CDATA[สมาธิ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaisahajayoga.com/?p=325</guid>
		<description><![CDATA[หลายท่านมีคำถามเกี่ยวกับการเริ่มฝึก สหจะโยคะ เรามีส่วนของของ คำถามถามบ่อย ที่นี่อยู่แล้ว วันนี้เราจะขอเพิ่มเติมคำถามใหม่ๆ ที่ยังไม่มีการตอบ ในแบบย่อๆ เพื่อให้ท่านได้เข้าใจมากขึ้น ถ้าท่านต้องการถามเพิ่มเติมให้เขียนถามในคอมเม้นท์ด้านล่างนี้ได้ครับ 1. สหจะโยคะ เหมือนโยคะทั่วไปหรือไม่  โยคะที่คนรู้จักทั่วไปเรียกว่า &#8220;หะฐะโยคะ&#8221; เป็นโยคะที่ใช้ท่าอาสนะ ในการฝึกความยืดหยุ่น เพื่อให้ศูนย์พลังงานในร่างกายทำงานได้ดี เป็นโยคะภายนอกเพื่อใช้บริหารร่างกาย ในคัมภีร์โยคะสูตร ที่บัญญัติโดย มหาฤษีปตัญชลี จะแบ่งโยคะไว้หลายหมวดหมู่ มีการฝึกหลายแบบตั้งแต่การบริหารกาย ฝึกปราณายมะ สมาธิ ศึกษาตำรา บูชา ฯลฯ การเข้าสู่โยคะต้องมี &#8220;คุรุ&#8221; ที่บรรลุอย่างแท้จริงจึงจะเข้าใจว่าจะให้สิ่งใดเป็นแบบฝึกหัดให้ผู้ฝึก เพราะ &#8220;หะฐะโยคะ&#8221; เป็นพลังพระอาทิตย์ หรือพลังไฟ ถ้าฝึกโดยไม่รู้จักควบคุมธาตุย่อมเกิดผลลบกับผู้เรียน เพราะคำว่า &#8220;โยคะ&#8221; ที่แท้จริง ไม่ได้แปลว่าการออกท่าทางเท่านั้น แต่หากหมายถึงการบรรลุถึงสภาวะจิตแห่งการรวมเป็นหนึ่งของจิตวิญญาณตัวตน (อาตมัน) กับพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ (ปรมาตมัน) สหจะโยคะ จะใช้วิธีการเข้าถึง &#8220;โยคะ&#8221; ที่เป็นสภาวะนี้โดยการปลุกพลังศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่า &#8220;กุณฑาลินี&#8221; ที่มีอยู่ในตัวของคนทุกคนให้ตื่นขึ้น ด้วยวิธีที่เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ และพลังนี้จะนำพาจิตวิญญาณของเราให้รวมเป็นหนึ่งเดียวกันให้เกิดสภาวะของโยคะ อย่างไรก็ดี &#8220;สหจะโยคะ&#8221; ไม่เหมือนกับ &#8220;กุณฑาลินีโยคะ&#8221; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2012/01/supreme_source2.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-335" title="supreme_source" src="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2012/01/supreme_source2-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a>หลายท่านมีคำถามเกี่ยวกับการเริ่มฝึก <strong>สหจะโยคะ</strong> เรามีส่วนของของ <a href="http://thaisahajayoga.com/faq/">คำถามถามบ่อย</a> ที่นี่อยู่แล้ว วันนี้เราจะขอเพิ่มเติมคำถามใหม่ๆ ที่ยังไม่มีการตอบ ในแบบย่อๆ เพื่อให้ท่านได้เข้าใจมากขึ้น ถ้าท่านต้องการถามเพิ่มเติมให้เขียนถามในคอมเม้นท์ด้านล่างนี้ได้ครับ</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #ff0000;"><strong>1. สหจะโยคะ เหมือนโยคะทั่วไปหรือไม่ </strong></span></p>
<p style="padding-left: 60px;">โยคะที่คนรู้จักทั่วไปเรียกว่า &#8220;หะฐะโยคะ&#8221; เป็นโยคะที่ใช้ท่าอาสนะ ในการฝึกความยืดหยุ่น เพื่อให้ศูนย์พลังงานในร่างกายทำงานได้ดี เป็นโยคะภายนอกเพื่อใช้บริหารร่างกาย ในคัมภีร์โยคะสูตร ที่บัญญัติโดย มหาฤษีปตัญชลี จะแบ่งโยคะไว้หลายหมวดหมู่ มีการฝึกหลายแบบตั้งแต่การบริหารกาย ฝึกปราณายมะ สมาธิ ศึกษาตำรา บูชา ฯลฯ การเข้าสู่โยคะต้องมี &#8220;คุรุ&#8221; ที่บรรลุอย่างแท้จริงจึงจะเข้าใจว่าจะให้สิ่งใดเป็นแบบฝึกหัดให้ผู้ฝึก เพราะ &#8220;หะฐะโยคะ&#8221; เป็นพลังพระอาทิตย์ หรือพลังไฟ ถ้าฝึกโดยไม่รู้จักควบคุมธาตุย่อมเกิดผลลบกับผู้เรียน เพราะคำว่า &#8220;โยคะ&#8221; ที่แท้จริง ไม่ได้แปลว่าการออกท่าทางเท่านั้น แต่หากหมายถึงการบรรลุถึงสภาวะจิตแห่งการรวมเป็นหนึ่งของจิตวิญญาณตัวตน (อาตมัน) กับพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ (ปรมาตมัน) สหจะโยคะ จะใช้วิธีการเข้าถึง &#8220;โยคะ&#8221; ที่เป็นสภาวะนี้โดยการปลุกพลังศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่า &#8220;กุณฑาลินี&#8221; ที่มีอยู่ในตัวของคนทุกคนให้ตื่นขึ้น ด้วยวิธีที่เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ และพลังนี้จะนำพาจิตวิญญาณของเราให้รวมเป็นหนึ่งเดียวกันให้เกิดสภาวะของโยคะ อย่างไรก็ดี &#8220;สหจะโยคะ&#8221; ไม่เหมือนกับ &#8220;กุณฑาลินีโยคะ&#8221; และแตกต่างอย่างสิ้นเชิงในด้านของวิธีการฝึก</p>
<p style="text-align: left; padding-left: 30px;"><span style="color: #ff0000;"><strong>2. สหจะโยคะเหมือน &#8220;พลังจักรวาล&#8221; หรือไม่ </strong></span></p>
<p style="padding-left: 60px;">มีผู้ฝึกหลายท่านเคยศึกษา &#8220;พลังจักรวาล&#8221; อาจจะสงสัยในข้อนี้ เพราะมีการกล่าวรายละเอียดของจักร และระบบพลังเหมือนกัน แต่ &#8220;สหจะโยคะ&#8221; นั้น แตกต่างจาก &#8220;พลังจักรวาล&#8221; ทั้งในด้านของ วิธีการ และเป้าหมาย เนื่องด้วยระบบเปิดจักระของพลังจักรวาลมีเป้าหมายเพื่อการรักษา แต่ระบบของสหจะโยคะนั้น จะเน้นให้ผู้เรียนเป็น &#8220;คุรุ&#8221; ของตนเอง คือเมื่อพลังตื่นขึ้นแล้วจะสามารถทราบว่าตนเองสมดุลหรือไม่ มีปัญหาอย่างไร จะแก้ไขอย่างไร ซึ่งเมื่อผู้ฝึกมีความชำนาญในการรู้สึกถึงพลังแล้ว จะสามารถสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นได้ง่าย และโรคภัยไข้เจ็บจะถูกรักษาให้หายไปได้เองด้วยพลังของตนเอง เนื่องจากเป้าหมายของสหจะโยคะ ต้องการให้ผู้ฝึกเข้าสู่ &#8220;การตระหนักรู้ในตนเอง&#8221; ซึ่งมีประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ เมื่อผู้ฝึกมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาจิตวิญญาณแล้ว ความมีศิริมงคลและสุขภาพก็จะเกิดโดยธรรมชาติ อีกทั้งสหจะโยคะยังเน้นให้ผู้ฝึกเข้ากลุ่มเพื่อให้กระแสพลังนั้นเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้ฝึกที่เข้ากลุ่มบ่อยๆ จะได้รับการชำระล้างให้บริสุทธิ์ได้อย่างง่ายดาย</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #ff0000;"><strong>3. ต้องแต่งชุดขาว หรือชุดกีฬามาฝึกหรือไม่ </strong></span></p>
<p style="padding-left: 60px;">การฝึกสหจะโยคะ เป็นการฝึกสมาธิ โดยเข้าสู่พลังของตนเองจากภายใน คุณสามารถแต่งกายในชุดปรกติมาฝึกได้ เราไม่มีข้อบังคับในเรื่องเครื่องแบบหรือการแต่งกาย เพียงแต่แต่งกายในชุดที่สวมใส่สบาย เพื่อให้การนั่งสมาธิเป็นไปอย่างสะดวก 4. เคยฝึกสมาธิแบบอื่นมาจะฝึกสหจะโยคะได้หรือไม่ ฝึกได้ แต่เราจะแนะนำให้คุณทดลองกับตนเองเพื่อความชัดเจนว่าวิธีของสหจะโยคะนั้น ได้ผลเพียงไร ดังนั้นคุณจึงไม่ควรฝึกทั้งสองอย่างปนกัน สมาธิแบบสหจะโยคะ จะไม่เหมือนกับเทคนิคอื่นๆ เพื่อให้ผลการทดลองดีที่สุด คุณควรจะทดลองแบบสหจะโยคะอย่างเดียวโดยไม่ปะปนกับเทคนิคอื่น แล้วสังเกตผลที่ได้รับเปรียบเทียบกับการนั่งสมาธิแบบเดิมที่เคยฝึก คุณมีอิสระเต็มที่ในการทดลอง เพราะคุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่คุณควรจะปฏิบัติด้วยหัวใจที่เปิดกว้างแบบนักวิทยาศาสตร์ แล้วคุณจะค้นพบคำตอบด้วยตนเอง</p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #ff0000;"><strong> 4. มาไม่ทันโปรแกรมฝึกเริ่มต้น จะมีเปิดสอนเมื่อไหร่อีก</strong></span></p>
<p style="padding-left: 60px;">ทางมูลนิธิสหจะโยคะ จะจัดการฝึกในระดับเริ่มต้นใหม่ประมาณทุกๆ 3-4 เดือนต่อครั้ง แต่เรามีการฝึกเป็นประจำอยู่แล้ว <strong>ทุกวันอาทิตย์ที่ โรงแรม บางกอก โฮเต็ล โลตัส</strong> (โนโวเทลเดิม) ซอยสุขุมวิท 33 กรุงเทพฯ เวลา 15.00-17.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้แต่อย่างใด ท่านสามารถมาฝึกได้เลย โดยเราจะมีโยคีที่ฝึกชำนาญแล้วช่วยดูแล อย่างไรก็ดี การมาเริ่มโปรแกรมตั้งแต่ต้นจะได้รับเนื้อหาตาม ลำดับการสอนที่ง่ายต่อการเข้าใจ โทรสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ <strong>โทร.02-253-3398, 081-930-6618, 081-854 -0468</strong></p>
<p style="padding-left: 60px;"><a href="http://www.bing.com/maps/default.aspx?v=2&amp;pc=FACEBK&amp;mid=8100&amp;rtp=adr.~pos.13.733278315001_100.56718086753_Novotel+Lotus_1+Soi+Daeng+Udom%2C+Sukhumvit+Soi+33+Rd.%2C+Klongton+Nua%2C+Wattana%2C+Bangkok+10110+Thailand%2C+Bangkok%2C+Thailand&amp;cp=13.733278315001~100.56718086753&amp;lvl=16&amp;sty=r&amp;rtop=0~0~0~&amp;mode=D&amp;FORM=FBKPL6&amp;mkt=en-US">แผนที่ทางไปโรงแรมคลิ้กที่นี่</a></p>
<p style="padding-left: 30px;">ถ้าท่านมีคำถามอื่นๆ โปรดเขียนถามที่คอมเม้นท์ด้านล่างนี้และดูที่ <strong><a href="http://thaisahajayoga.com/faq/">FAQ</a></strong> ของเราด้วยครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaisahajayoga.com/2012/01/24/faq-additional/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“ชีวิตคืออะไร” “เราเกิดมาเพื่ออะไร” “ความสุขที่แท้จริงอยู่ที่ไหน”</title>
		<link>http://thaisahajayoga.com/2012/01/20/%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://thaisahajayoga.com/2012/01/20/%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Jan 2012 18:56:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaisahajayoga.com/?p=307</guid>
		<description><![CDATA[น่าแปลก ที่คำถามเหล่านี้เป็นคำถาม ที่อยู่กับมนุษย์ ตั้งแต่เกิดมนุษย์คนแรกบนโลก และเราก็เสาะหาคำตอบไปไกล&#8230;ถึงโพ้นทะเลไกล&#8230;.ถึงอีกฟากหนึ่งของจักรวาลโดยหารู้ไม่ว่าคำตอบเหล่านั้นติดตามเราไปทุกหนทุกแห่ง นั่นก็เพราะคำตอบที่เราต้องการอยู่ในตัวเรานั่นเอง ภายในตัวเรานั้นมีจักรวาลแห่งความรู้มากมาย เป็นความรู้ที่เป็นสากล และเป็นสัจธรรม เรารู้หรือไม่ว่าเรานั่นเองสามารถเป็นผู้ตอบคำถามนั้นด้วยสัจธรรมที่มีอยู่ในโลก และ ธรรมชาติ หากแต่ทำอย่างไรที่เราจะสามารถค้นหาคำตอบจาก ตัวเรามีการค้นหาความรู้เหล่านี้มาตั้งแต่โบราณกาล และ มีนักบุญมากมายที่แสวงหาสัจธรรมนั้น ดังนั้นโลกของเราจึงเกิดศาสนามากมาย ด้วยการอุทิศตนและความรัก จากศาสดาทั้งหลายกับความรู้ที่เป็นหนึ่งเดียว ความจริงที่เป็นหนึ่งเดียว นั่นคือ ทำความดี ละความชั่ว และมีจิตใจที่เบิกบาน และมีความรักสหจะโยคะ เองก็เกิดจากความรักของนักบุญ เช่นกัน สหจะ หมายถึง “การเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ” และโยคะ คือ“การรวมเป็นหนึ่ง” ดังนั้น สหจะโยคะ คือ “ การรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพลังธรรมชาติโดยเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ” โดย ท่านศรี มาตาจี นิรมลา เทวี เป็นผู้ค้นพบ สหจะโยคะ หรือ “วิศวะนิรมลธรรมะ” องค์กรที่ไม่หวังผลกำไรที่ตั้งอยู่มากกว่า 70 ประเทศ ทั่วโลก ท่านได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักบุญที่ยิ่งใหญ่ของโลกในยุคปัจจุบัน จุดประสงค์และประโยชน์ของสหจโยคะคือ  เข้าถึงความสงบสุขและความปิติสุขภายใน ควบคุมความเครียดที่เกิดขึ้นในชีวิต ขจัดความกลัว ความกังวล และความไม่มั่นใจในตนเอง เข้าถึงความ บริสุทธิ์และความเป็นหนึ่งเดียวของร่างกายและจิตใจ โดยการเปิดจักราทั้งเจ็ดเพื่อเข้าสู่การรู้แจ้ง พัฒนาตนเองให้เป็นมนุษย์ที่ดีขึ้น บำบัดรักษาตนเองและผู้อื่นโดยใช้พลัง กุณฑาลินี ฯลฯ สหจะโยคะ คือ ประสบการณ์ ไม่ใช่ความเชื่อเพราะเพียงครั้งแรกที่ปฏิบัติ เราจะสามารถสัมผัสคลื่นพลังเย็นภายในที่ตื่นขึ้นในร่างกายผ่านทางฝ่ามือและเหนือศีรษะ ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<table width="555" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td colspan="3" height="17"></td>
</tr>
<tr>
<td colspan="3" height="144"><a href="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2011/06/Shri_mataji-pt1.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-59" title="Shri_mataji pt" src="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2011/06/Shri_mataji-pt1-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a>น่าแปลก ที่คำถามเหล่านี้เป็นคำถาม ที่อยู่กับมนุษย์ ตั้งแต่เกิดมนุษย์คนแรกบนโลก และเราก็เสาะหาคำตอบไปไกล&#8230;ถึงโพ้นทะเลไกล&#8230;.ถึงอีกฟากหนึ่งของจักรวาลโดยหารู้ไม่ว่าคำตอบเหล่านั้นติดตามเราไปทุกหนทุกแห่ง นั่นก็เพราะคำตอบที่เราต้องการอยู่ในตัวเรานั่นเอง ภายในตัวเรานั้นมีจักรวาลแห่งความรู้มากมาย เป็นความรู้ที่เป็นสากล และเป็นสัจธรรม เรารู้หรือไม่ว่าเรานั่นเองสามารถเป็นผู้ตอบคำถามนั้นด้วยสัจธรรมที่มีอยู่ในโลก และ ธรรมชาติ หากแต่ทำอย่างไรที่เราจะสามารถค้นหาคำตอบจาก ตัวเรามีการค้นหาความรู้เหล่านี้มาตั้งแต่โบราณกาล และ มีนักบุญมากมายที่แสวงหาสัจธรรมนั้น ดังนั้นโลกของเราจึงเกิดศาสนามากมาย ด้วยการอุทิศตนและความรัก จากศาสดาทั้งหลายกับความรู้ที่เป็นหนึ่งเดียว ความจริงที่เป็นหนึ่งเดียว นั่นคือ ทำความดี ละความชั่ว และมีจิตใจที่เบิกบาน และมีความรักสหจะโยคะ เองก็เกิดจากความรักของนักบุญ เช่นกัน<strong> สหจะ</strong> หมายถึง <strong>“การเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ”</strong> และ<strong>โยคะ</strong> คือ<strong>“การรวมเป็นหนึ่ง”</strong> ดังนั้น <strong>สหจะโยคะ</strong> คือ<br />
<strong>“ การรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพลังธรรมชาติโดยเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ” โดย<br />
</strong><a href="http://thaisahajayoga.com/2012/01/15/shrimataji/">ท่านศรี มาตาจี นิรมลา เทวี</a> เป็นผู้ค้นพบ สหจะโยคะ หรือ <a href="http://thaisahajayoga.com/about/">“วิศวะนิรมลธรรมะ”</a> องค์กรที่ไม่หวังผลกำไรที่ตั้งอยู่มากกว่า 70 ประเทศ ทั่วโลก ท่านได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักบุญที่ยิ่งใหญ่ของโลกในยุคปัจจุบัน</td>
</tr>
<tr valign="top">
<td colspan="3" height="288">
<div align="center">
<p align="left"><strong>จุดประสงค์และประโยชน์ของสหจโยคะคือ </strong></p>
<ol>
<li style="text-align: left;">เข้าถึงความสงบสุขและความปิติสุขภายใน</li>
<li style="text-align: left;">ควบคุมความเครียดที่เกิดขึ้นในชีวิต</li>
<li style="text-align: left;">ขจัดความกลัว ความกังวล และความไม่มั่นใจในตนเอง</li>
<li style="text-align: left;">เข้าถึงความ บริสุทธิ์และความเป็นหนึ่งเดียวของร่างกายและจิตใจ โดยการเปิดจักราทั้งเจ็ดเพื่อเข้าสู่การรู้แจ้ง</li>
<li style="text-align: left;">พัฒนาตนเองให้เป็นมนุษย์ที่ดีขึ้น</li>
<li style="text-align: left;">บำบัดรักษาตนเองและผู้อื่นโดยใช้พลัง กุณฑาลินี ฯลฯ</li>
</ol>
<p style="text-align: left;"><strong>สหจะโยคะ คือ<a href="testimo.htm"><span style="color: #006633;"> ประสบการณ์</span></a></strong><span style="color: #006633;"> </span>ไม่ใช่ความเชื่อเพราะเพียงครั้งแรกที่ปฏิบัติ เราจะสามารถสัมผัสคลื่นพลังเย็นภายในที่ตื่นขึ้นในร่างกายผ่านทางฝ่ามือและเหนือศีรษะ ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง และสามารถรับรู้ถึง พลังกุณฑาลินี ซึ่งเป็นพลังดั้งเดิมของจักรวาล ซึ่งสั่นสะเทือนอยู่ในมนุษย์ทุกคน เป็นพลังที่ทำให้เด็กน้อย และดอกไม้เติบโต&#8230;เมื่อพลังกุณฑาลินีนี้ถูกปลุกขึ้น พลังจะขึ้นไปชำระล้างจักราทั้งเจ็ด ให้ทำงานตามคุณสมบัติของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ และคุณสมบัติเหล่านี้จะเริ่มแสดงออกมาในชีวิตประจำวันของเราอย่างเป็นธรรมชาติ ดังนั้นการนั่งสมาธิเป็นประจำจะช่วยทำให้เราคล่องแคล่ว สร้างสรรค์ มีความมั่นใจในตัวเองอย่างอัตโนมัติ และในขณะเดียวก็ทำให้เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นที่รักใคร่ และมีความเมตตา สุขภาพจะพัฒนาอย่างเป็นธรรมชาติ และสามารถรับรู้ถึงพลังรอบๆตัวเราได้</p>
</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaisahajayoga.com/2012/01/20/%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความเป็นครู</title>
		<link>http://thaisahajayoga.com/2012/01/18/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9/</link>
		<comments>http://thaisahajayoga.com/2012/01/18/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Jan 2012 10:24:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Sahaja Yoga Knowledge Base]]></category>
		<category><![CDATA[Shri Mataji Nirmala Devi]]></category>
		<category><![CDATA[กุรุ]]></category>
		<category><![CDATA[ครู]]></category>
		<category><![CDATA[คุรุ]]></category>
		<category><![CDATA[ดุลยภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ศรีมาตาจี นิรมลา เทวี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaisahajayoga.com/?p=301</guid>
		<description><![CDATA[(บทคัดย่อ ยกมาจากคำสอนของ ท่านศรีมาตาจี นิรมลา เทวี ในเรื่องความเป็นครู) &#8220;พวกเธอก็อาจทราบกันดีอยู่แล้วว่าคุณสมบัติของความเป็นครู (คุรุ) ในบุคคลนั้นสถิตอยู่ในจักระบริเวณช่องท้อง คุณสมบัติของความเป็นครูนั้นจะทำให้บุคคลมีดุลยภาพซึ่งจะก่อให้เกิดความหนักแน่นในตนเอง เฉกเช่นคุณสมบัติแห่งความหนักแน่นของพระแม่ธรณี ซึ่งคุณสมบัติของความหนักแน่นข้อแรกที่แสดงออกมาให้เห็นได้แก่ การมีบุคลิกภาพ อุปนิสัยและพื้นฐานทางอารมณ์ที่เป็นที่ประจักษ์แก่ชนทั่วไปว่า ไม่หวั่นไหวหรือถูกหลอมละลายด้วยกระแสภายนอกของโลกที่รายล้อม ไม่ถูกทำลายล้างโดยสงครามแห่งชีวิต ความเป็นครูที่หยั่งรากลึกในตัวตนของผู้นั้นจะทำให้เขาไม่ถูกบั่นทอนหรือหล่อหลอมให้ละลายด้วยสิ่งใดก็ตามที่ต่อต้านเขา สิ่งนี้คือหลักการแรกของความเป็นครู หากว่าบุคคลเป็นครูที่แท้จริงเขาจะประกอบไปด้วยความหนักแน่นและความไม่ผันแปรจากหลักการในตัวของเขาเปรียบเหมือนวัตถุที่มีน้ำหนักย่อมไม่ล่องลอยอยู่บนผิวน้ำ&#8221; &#8220;ในประเทศที่มีการพัฒนาในระดับสูง คนในสังคมอาจนึกว่าตัวเองมีความสามารถในการไขว่คว้าหาวัตถุที่ตนเองต้องการเพื่อตอบสนองกิเลสของตนได้อย่างเสรีไร้ขีดจำกัด ดังนั้นจึงนึกว่าตนมีอิสระในการทำอะไรก็ได้ตามใจปรารถนา จนดูเหมือนกับว่าเสรีภาพส่วนบุคคลคือเป้าหมายของประเทศประชาธิปไตย ส่งผลให้ในบางครั้งจะละเลยพลังของการรวมเป็นกลุ่ม แน่นอนว่าในระดับบุคคลย่อมมีความสำคัญมากและจำเป็นจะต้องอยู่ในสภาพที่เรียบร้อยเพื่อหล่อเลี้ยงพลังของกลุ่ม แต่หากบุคคลขาดความหนักแน่นก็จะขาดหลักการจึงอาจล่องลอยไปตามกระแสที่ผิวเผินหรือเกิดความประทับใจกับอะไรได้ง่ายๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของการคลั่งไคล้แฟชั่น การหลงไหลไปกับกระแสเกิดจากการขาดการไตร่ตรองด้วยเหตุผลซึ่งไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพและภูมิปัญญา&#8221; ศรีมาตาจี นิรมลาเทวี  31 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 (ค.ศ.1988) Internet Source: http://www.sahaja-yoga.org.au/2007/12/20/can-you-become-your-own-guru-through-sahaja-yoga/]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;" align="CENTER"><em>(บทคัดย่อ ยกมาจากคำสอนของ ท่านศรีมาตาจี นิรมลา เทวี ในเรื่องความเป็นครู)</em></p>
<p style="text-align: left;" align="CENTER"><span style="font-size: medium;"><a href="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2012/01/guru1.jpeg"><img class="alignleft size-medium wp-image-302" title="guru1" src="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2012/01/guru1-276x300.jpg" alt="" width="276" height="300" /></a>&#8220;พวกเธอก็อาจทราบกันดีอยู่แล้วว่าคุณสมบัติของความเป็นครู </span><span style="font-family: 'Times New Roman', serif;">(</span><span style="font-size: medium;">คุรุ</span><span style="font-family: 'Times New Roman', serif;">) </span><span style="font-size: medium;">ในบุคคลนั้นสถิตอยู่ในจักระบริเวณช่องท้อง คุณสมบัติของความเป็นครูนั้นจะทำให้บุคคลมีดุลยภาพซึ่งจะก่อให้เกิดความหนักแน่นในตนเอง เฉกเช่นคุณสมบัติแห่งความหนักแน่นของพระแม่ธรณี ซึ่งคุณสมบัติของความหนักแน่นข้อแรกที่แสดงออกมาให้เห็นได้แก่ การมีบุคลิกภาพ อุปนิสัยและพื้นฐานทางอารมณ์ที่เป็นที่ประจักษ์แก่ชนทั่วไปว่า ไม่หวั่นไหวหรือถูกหลอมละลายด้วยกระแสภายนอกของโลกที่รายล้อม ไม่ถูกทำลายล้างโดยสงครามแห่งชีวิต ความเป็นครูที่หยั่งรากลึกในตัวตนของผู้นั้นจะทำให้เขาไม่ถูกบั่นทอนหรือหล่อหลอมให้ละลายด้วยสิ่งใดก็ตามที่ต่อต้านเขา สิ่งนี้คือหลักการแรกของความเป็นครู หากว่าบุคคลเป็นครูที่แท้จริงเขาจะประกอบไปด้วยความหนักแน่นและความไม่ผันแปรจากหลักการในตัวของเขาเปรียบเหมือนวัตถุที่มีน้ำหนักย่อมไม่ล่องลอยอยู่บนผิวน้ำ&#8221;</span></p>
<p style="text-align: left;" align="LEFT"><span style="font-size: medium;">&#8220;ในประเทศที่มีการพัฒนาในระดับสูง คนในสังคมอาจนึกว่าตัวเองมีความสามารถในการไขว่คว้าหาวัตถุที่ตนเองต้องการเพื่อตอบสนองกิเลสของตนได้อย่างเสรีไร้ขีดจำกัด ดังนั้นจึงนึกว่าตนมีอิสระในการทำอะไรก็ได้ตามใจปรารถนา จนดูเหมือนกับว่าเสรีภาพส่วนบุคคลคือเป้าหมายของประเทศประชาธิปไตย ส่งผลให้ในบางครั้งจะละเลยพลังของการรวมเป็นกลุ่ม แน่นอนว่าในระดับบุคคลย่อมมีความสำคัญมากและจำเป็นจะต้องอยู่ในสภาพที่เรียบร้อยเพื่อหล่อเลี้ยงพลังของกลุ่ม แต่หากบุคคลขาดความหนักแน่นก็จะขาดหลักการจึงอาจล่องลอยไปตามกระแสที่ผิวเผินหรือเกิดความประทับใจกับอะไรได้ง่ายๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของการคลั่งไคล้แฟชั่น การหลงไหลไปกับกระแสเกิดจากการขาดการไตร่ตรองด้วยเหตุผลซึ่งไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพและภูมิปัญญา&#8221;</span></p>
<p align="RIGHT"><em><strong><span style="font-size: medium;">ศรีมาตาจี นิรมลาเทวี  </span></strong></em><span style="font-family: 'Times New Roman', serif;">31 </span><span style="font-size: medium;">กรกฎาคม พ</span><span style="font-family: 'Times New Roman', serif;">.</span><span style="font-size: medium;">ศ</span><span style="font-family: 'Times New Roman', serif;">. 2531 (</span><span style="font-size: medium;">ค</span><span style="font-family: 'Times New Roman', serif;">.</span><span style="font-size: medium;">ศ</span><span style="font-family: 'Times New Roman', serif;">.1988) </span></p>
<p><span style="font-family: 'Times New Roman', serif;">Internet Source: <span style="text-decoration: underline;"><a href="http://www.sahaja-yoga.org.au/2007/12/20/can-you-become-your-own-guru-through-sahaja-yoga/">http://www.sahaja-yoga.org.au/2007/12/20/can-you-become-your-own-guru-through-sahaja-yoga/</a></span></span></p>
<p align="RIGHT">
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaisahajayoga.com/2012/01/18/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โปรแกรมใหม่</title>
		<link>http://thaisahajayoga.com/2012/01/17/%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://thaisahajayoga.com/2012/01/17/%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Jan 2012 05:02:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaisahajayoga.com/?p=130</guid>
		<description><![CDATA[สหจะโยคะ สมาธิ โปรแกรมใหม่สำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ครั้งแรกของปี ในวันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม 2555 ณ โรงแรมบางกอกโลตัส สุขุมวิท 33 เวลา 14.00 น. &#8211; 17.00 น. ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น! สอบถาม และแจ้งความประสงค์ในการเข้าร่วม โทร. 081-930-6618 , 081-854 -0468 ที่นั่งมีจำนวนจำกัด facebook.com/sahajthai &#160;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2012/01/shrimataji.jpg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-132" title="shrimataji" src="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2012/01/shrimataji-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>สหจะโยคะ สมาธิ</strong></span> โปรแกรมใหม่สำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ครั้งแรกของปี ในวันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม 2555 ณ <span style="color: #0000ff;"><strong>โรงแรมบางกอกโลตัส สุขุมวิท 33</strong></span> เวลา 14.00 น. &#8211; 17.00 น. <strong>ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น!</strong></p>
<p>สอบถาม และแจ้งความประสงค์ในการเข้าร่วม <strong>โทร. 081-930-6618 , 081-854 -0468</strong> ที่นั่งมีจำนวนจำกัด <a title="https://www.facebook.com/sahajthai" href="https://www.facebook.com/sahajthai" target="_blank">facebook.com/sahajthai</a></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaisahajayoga.com/2012/01/17/%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ระบบกายละเอียด</title>
		<link>http://thaisahajayoga.com/2012/01/17/subtlesystem/</link>
		<comments>http://thaisahajayoga.com/2012/01/17/subtlesystem/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Jan 2012 17:19:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Sahaja Yoga Knowledge Base]]></category>
		<category><![CDATA[กุณฑาลินี]]></category>
		<category><![CDATA[จักร]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบกายละเอียด]]></category>
		<category><![CDATA[สมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[สหจะโยคะ]]></category>
		<category><![CDATA[โยคะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaisahajayoga.com/?p=221</guid>
		<description><![CDATA[ระบบกายละเอียด ระบบกายละเอียดของมนุษย์เป็นระบบที่ประณีตละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง ประกอบขึ้นด้วยช่องพลังนับพันๆ ช่องที่เป็นทางผ่านสำหรับพลังงานไปตามร่างกาย ศูนย์รวมของพลังงานในระบบกายละเอียดเรียกว่า จักร ซึ่งแปลว่า วงล้อ ในภาษาสันสกฤต หรือเรียกว่าศูนย์พลัง ระบบทั้งหมดโดยรวมมีการควบคุมโดยช่องพลังแรกเริ่มในแนวดิ่ง ๓ สามช่องพลัง และจักรต่างๆ ที่เป็นหลักสำคัญ ๗ จักร จักรต่างๆ จักรที่สำคัญทั้งเจ็ดในระบบกายละเอียดของเรา ทำหน้าที่รับผิดชอบแก่สุขภาพอันดีทั้งทางร่างกาย ทางอารมณ์ และจิตวิญญาณของเรา มีชื่อเรียกดังต่อไปนี้ 1. จักรมูลาธาระ (จักรที่เป็นราก) 2. จักราสวาธิษฐาน 3. จักรนาภี 4. จักรอนาหตะ (จักรหัวใจ) 5. จักรวิศุทธิ 6. จักรอักนียะ 7. จักรสหัสราระ (จักรมงกุฎ) เมื่อพลังกุณฑาลินีได้รับการปลุกให้ตื่นขึ้น ท่านจะเริ่มทำความสะอาดจักรต่างๆ และให้การรู้แจ้ง โดยเหตุนั้น คุณสมบัติต่างๆ ของจักรเหล่านี้จะตั้งต้นปรากฏออกมาในการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา สร้างความสมดุลและบูรณภาพภายในตัวเรามากขึ้นเรื่อยๆ ในแผนภูมิ จะเห็นศูนย์พลังหรือจักรเป็นรูปวงกลมมีสีสันต่างกัน เรียงขึ้นไปตามแนวกระดูกสันหลัง การรับรู้ถึงศูนย์พลังต่างๆ นี้จัดเตรียมให้เราเห็นภาพของตัวเองอย่างชัดแจ้ง เราจะไม่ ”คิด” ว่าเรามีปัญหาอย่างนั้นอย่างนี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff0000;">ระบบกายละเอียด</span></p>
<p>ระบบกายละเอียดของมนุษย์เป็นระบบที่ประณีตละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง ประกอบขึ้นด้วยช่องพลังนับพันๆ ช่องที่เป็นทางผ่านสำหรับพลังงานไปตามร่างกาย ศูนย์รวมของพลังงานในระบบกายละเอียดเรียกว่า จักร ซึ่งแปลว่า วงล้อ ในภาษาสันสกฤต หรือเรียกว่าศูนย์พลัง</p>
<p>ระบบทั้งหมดโดยรวมมีการควบคุมโดยช่องพลังแรกเริ่มในแนวดิ่ง ๓ สามช่องพลัง และจักรต่างๆ ที่เป็นหลักสำคัญ ๗ จักร</p>
<p><span style="color: #ff0000;">จักรต่างๆ</span></p>
<p>จักรที่สำคัญทั้งเจ็ดในระบบกายละเอียดของเรา ทำหน้าที่รับผิดชอบแก่สุขภาพอันดีทั้งทางร่างกาย ทางอารมณ์ และจิตวิญญาณของเรา มีชื่อเรียกดังต่อไปนี้</p>
<p>1. จักรมูลาธาระ (จักรที่เป็นราก)<br />
2. จักราสวาธิษฐาน<br />
3. จักรนาภี<br />
4. จักรอนาหตะ (จักรหัวใจ)<br />
5. จักรวิศุทธิ<br />
6. จักรอักนียะ<br />
7. จักรสหัสราระ (จักรมงกุฎ)</p>
<p>เมื่อพลังกุณฑาลินีได้รับการปลุกให้ตื่นขึ้น ท่านจะเริ่มทำความสะอาดจักรต่างๆ และให้การรู้แจ้ง โดยเหตุนั้น คุณสมบัติต่างๆ ของจักรเหล่านี้จะตั้งต้นปรากฏออกมาในการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา สร้างความสมดุลและบูรณภาพภายในตัวเรามากขึ้นเรื่อยๆ</p>
<div>
<div><a href="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2011/06/revised-chakra-chart.jpg"><img class="size-full wp-image-21 alignnone" title="revised-chakra-chart" src="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2011/06/revised-chakra-chart.jpg" alt="" width="480" height="495" /></a></div>
<p>ในแผนภูมิ จะเห็นศูนย์พลังหรือจักรเป็นรูปวงกลมมีสีสันต่างกัน เรียงขึ้นไปตามแนวกระดูกสันหลัง</p>
<p>การรับรู้ถึงศูนย์พลังต่างๆ นี้จัดเตรียมให้เราเห็นภาพของตัวเองอย่างชัดแจ้ง เราจะไม่ ”คิด” ว่าเรามีปัญหาอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เรามีความสามารถอย่างแท้จริงที่จะรู้สึกถึงต้นเหตุแห่งปัญหาของเรา บนปลายนิ้วของเราเอง เราจะมีความสามารถอย่างสูงที่จะให้เหตุผลต่อประสบการณ์ของเราเพื่อพิสูจน์การกระทำของเราผ่านพลังของจิต จากความรู้สึกถึงพลังไวเบรชั่นซึ่งเราได้รับมาจากการฝึกสมาธิในแบบของสหจะโยคะ เราสามารถที่จะวัดสภาวะภายในของเราได้อย่างน่าเชื่อถือมากขึ้นอย่างมากมาย ในระยะสั้นๆ เราเริ่มที่จะ “รู้จักตนเอง“</p>
<p>คุณจะพบว่าน่าทึ่งมากที่ปัญหาทุกอย่างที่เรามี ไม่ว่าจะเป็นทางกาย จิต อารมณ์ หรือจิตวิญญาณสามารถเกี่ยวโยงไปยังสิ่งที่มารบกวน ซึ่งเรียกว่า “การอุดตัน” ในศูนย์พลังเหล่านี้ได้ ในรูปด้านขวาคุณจะเห็นว่าสีที่แสดงบนมือกับสีที่แสดงบนจักรมีความเกี่ยวข้องกันอยู่ ตัวอย่างเช่น นิ้วหัวแม่มือมีสีเหลืองและเป็นสีเดียวกันกับศูนย์พลังที่สองซึ่งอยู่ตอนล่างของวงกลมสีเขียวในแผนภูมิระบบกายละเอียด</p>
</div>
<div>
<div><a href="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2011/06/hand.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-22" title="hand" src="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2011/06/hand.jpg" alt="" width="124" height="138" /></a></div>
</div>
<div>
<p>ยิ่งกว่านั้น ถ้าเราสามารถที่จะทำความสะอาดศูนย์พลังเหล่านี้ หรือเรียกว่า “การทำให้บริสุทธิ์” เราจะสามารถรักษาศูนย์พลังให้คืนกลับมาเป็นปกติได้อย่างแท้จริง มีบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นที่อธิบายถึงการทดลองที่พิสูจน์ว่าการฝึกสมาธิแบบสหจะโยคะได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพเมื่อใช้วิธีการนี้</p>
<p><span style="color: #ff0000;">พลังกุณฑลินี</span></p>
<p>กุณฑลินีในแผนภูมิคือเส้นที่ขดเป็นวงอยู่ที่บริเวณระหว่างศูนย์พลังสีแดงกับสีเหลือง บ่งบอกถึงสถานะอันมีศักยภาพ พลังนี้ มีอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคน แต่จะนิ่งสงบในภาวะหลับ จนกว่าจะได้รับการปลุกให้ตื่นขึ้น ซึ่งทันที่ที่ท่านตื่น ท่านก็จะเดินทางผ่านศูนย์พลังต่างๆ ทุกศูนย์ขึ้นไปจนทะลุกระหม่อมบนศีรษะของเรา บริเวณที่เป็นกระหม่อมซึ่งเรียกว่า Fontanel นี้ น่าสนใจที่ว่ามีความหมายอีกอย่างหนึ่งว่า “น้ำพุเล็กๆ” เมื่อกุณฑาลินีตื่นขึ้นและเดินทางผ่านศูนย์พลังต่างๆ จนทะลุกระหม่อม บุคคลจะบรรลุภาวะแห่งการตระหนักรู้ในตนเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaisahajayoga.com/2012/01/17/subtlesystem/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โปรแกรมสำหรับผู้เริ่มต้นที่ ขอนแก่น 22 ม.ค. 55</title>
		<link>http://thaisahajayoga.com/2012/01/16/khonkan-program/</link>
		<comments>http://thaisahajayoga.com/2012/01/16/khonkan-program/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Jan 2012 16:09:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[Beginners]]></category>
		<category><![CDATA[Khonkan]]></category>
		<category><![CDATA[Meditation]]></category>
		<category><![CDATA[program]]></category>
		<category><![CDATA[Public]]></category>
		<category><![CDATA[Sahaja]]></category>
		<category><![CDATA[Yoga]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaisahajayoga.com/?p=210</guid>
		<description><![CDATA[สหจะโยคะ ขอนแก่น จัดกิจกรรมการฝึกปฏิบัติ สหจะโยคะ สมาธิ ฟรี! สหจะโยคะ คือ อะไร? แล้วจะช่วยคุณได้อย่างไร? ขอเชิญหาคำตอบได้ จากการอบรมสหจะโยคะ ในวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม 2555 เวลา 09.30 – 12.00 น. ณ โรงแรมสิรินเรสซิเดนท์ ถนนอนามัย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะการแบ่งปันความรู้อันบริสุทธิ์ และความสุขที่แท้จริงแก่เพื่อนมนุษย์ ไม่สามารถตีค่าเป็นเงินซื้อกันได้ สำรองที่นั่ง ที่คุณต้นอ้อ 080-7404545 ด่วน! รับจำนวนจำกัด!]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="LEFT"><a href="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2012/01/program_khonkan.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-211" title="program_khonkan" src="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2012/01/program_khonkan-300x163.jpg" alt="" width="300" height="163" /></a>สหจะโยคะ ขอนแก่น จัดกิจกรรมการฝึกปฏิบัติ <strong>สหจะโยคะ สมาธิ ฟรี!</strong></p>
<p align="LEFT"><span style="font-size: large;">สหจะโยคะ คือ อะไร</span><span style="font-family: 'Times New Roman', serif;"><span style="font-family: 'Angsana New', serif;"><span style="font-size: large;">? </span></span></span><span style="font-size: large;">แล้วจะช่วยคุณได้อย่างไร</span><span style="font-family: 'Times New Roman', serif;"><span style="font-family: 'Angsana New', serif;"><span style="font-size: large;">? </span></span></span><span style="font-size: large;">ขอเชิญหาคำตอบได้ จากการอบรมสหจะโยคะ ในวันอาทิตย์ที่ </span><span style="font-family: 'Times New Roman', serif;"><span style="font-family: 'Angsana New', serif;"><span style="font-size: large;">22 </span></span></span><span style="font-size: large;">มกราคม </span><span style="font-family: 'Times New Roman', serif;"><span style="font-family: 'Angsana New', serif;"><span style="font-size: large;">2555 </span></span></span><span style="font-size: large;">เวลา </span><span style="font-family: 'Times New Roman', serif;"><span style="font-family: 'Angsana New', serif;"><span style="font-size: large;">09.30 – 12.00 </span></span></span><span style="font-size: large;">น</span><span style="font-family: 'Times New Roman', serif;"><span style="font-family: 'Angsana New', serif;"><span style="font-size: large;">. </span></span></span><span style="font-size: large;"><a href="https://www.facebook.com/pages/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C/188670034509065">ณ โรงแรมสิรินเรสซิเดนท์</a> ถนนอนามัย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะการแบ่งปันความรู้อันบริสุทธิ์ และความสุขที่แท้จริงแก่เพื่อนมนุษย์ ไม่สามารถตีค่าเป็นเงินซื้อกันได้ สำรองที่นั่ง ที่</span><span style="text-decoration: underline;"><span style="font-size: large;">คุณต้นอ้อ </span><span style="font-family: 'Times New Roman', serif;"><span style="font-family: 'Angsana New', serif;"><span style="font-size: large;">080-7404545 </span></span></span></span><span style="font-size: large;"><strong>ด่วน</strong></span><span style="font-family: 'Times New Roman', serif;"><span style="font-family: 'Angsana New', serif;"><span style="font-size: large;"><strong>! </strong></span></span></span><span style="font-size: large;"><strong>รับจำนวนจำกัด</strong></span><span style="font-family: 'Times New Roman', serif;"><span style="font-family: 'Angsana New', serif;"><span style="font-size: large;"><strong>!</strong></span></span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaisahajayoga.com/2012/01/16/khonkan-program/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โปรแกรมใหม่ ที่กรุงเทพฯ เริ่มต้น 22 ม.ค. 55 ฟรี!</title>
		<link>http://thaisahajayoga.com/2012/01/16/bangkok-program/</link>
		<comments>http://thaisahajayoga.com/2012/01/16/bangkok-program/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Jan 2012 15:48:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[Beginners]]></category>
		<category><![CDATA[Meditation]]></category>
		<category><![CDATA[Public]]></category>
		<category><![CDATA[Sahaja]]></category>
		<category><![CDATA[Yoga]]></category>
		<category><![CDATA[สมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[สหจะโยคะ]]></category>
		<category><![CDATA[เริ่มต้น]]></category>
		<category><![CDATA[โยคะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaisahajayoga.com/?p=201</guid>
		<description><![CDATA[สำหรับท่านที่สนใจและยังไม่เคยเข้าร่วมฝึกโยคะสมาธิกับเรา ตอนนี้สหจะโยคะกำลังจะ เปิดโปรแกรมใหม่สำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ครั้งแรกของปี ในวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม 2555 ณ โรงแรมบางกอกโลตัส สุขุมวิท 33 เวลา 14.00 น. &#8211; 17.00 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ สอบถาม และแจ้งความประสงค์ในการเข้าร่วม โทร. 081-930-6618 , 02-253-3398, 081-854 -0468 ที่นั่งมีจำนวนจำกัดครับ  แผนที่ทางไปโรงแรม Bangkok Hotel Lotus Click Here!]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2011/06/Poster-SY-prgram-22-Jan-12-sm.png"><img class="alignnone size-full wp-image-53" title="Poster SY prgram 22 Jan 12 sm" src="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2011/06/Poster-SY-prgram-22-Jan-12-sm.png" alt="" width="484" height="678" /></a></p>
<p style="text-align: center;">สำหรับท่านที่สนใจและยังไม่เค<wbr>ยเข้าร่วมฝึกโยคะสมาธิกับเรา ตอนนี้สหจะโยคะกำลังจะ เปิดโปรแกรมใหม่สำหรับผู้เริ่มต<wbr>้นใหม่ครั้งแรกของปี ในวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม 2555 ณ โรงแรมบางกอกโลตัส สุขุมวิท 33 เวลา 14.00 น. &#8211; 17.00 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ สอบถาม และแจ้งความประสงค์ในการเข้าร่ว<wbr>ม โทร. 081-930-6618 , 02-253-3398, 081-854 -0468 ที่นั่งมีจำนวนจำกัดครับ </wbr></wbr></wbr></p>
<p style="text-align: center;"><a title="Bangkok Hotel Lotus (Prev. Novotel Lotus)" href="http://www.bing.com/maps/default.aspx?v=2&amp;pc=FACEBK&amp;mid=8100&amp;rtp=adr.~pos.13.733278315001_100.56718086753_Novotel+Lotus_1+Soi+Daeng+Udom%2C+Sukhumvit+Soi+33+Rd.%2C+Klongton+Nua%2C+Wattana%2C+Bangkok+10110+Thailand%2C+Bangkok%2C+Thailand&amp;cp=13.733278315001~100.56718086753&amp;lvl=16&amp;sty=r&amp;rtop=0~0~0~&amp;mode=D&amp;FORM=FBKPL6&amp;mkt=en-US" target="_blank">แผนที่ทางไปโรงแรม Bangkok Hotel Lotus Click Here!</a></p>
<p style="text-align: center;">
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaisahajayoga.com/2012/01/16/bangkok-program/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ท่านศรีมาตาจี นิรมลา เทวี</title>
		<link>http://thaisahajayoga.com/2012/01/15/shrimataji/</link>
		<comments>http://thaisahajayoga.com/2012/01/15/shrimataji/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 15 Jan 2012 16:29:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Shri Mataji Nirmala Devi]]></category>
		<category><![CDATA[Sahaja]]></category>
		<category><![CDATA[Vishwa Nirmala Dharm]]></category>
		<category><![CDATA[นิรมลา]]></category>
		<category><![CDATA[ศรีมาตาจี นิรมลา เทวี]]></category>
		<category><![CDATA[สหจะ]]></category>
		<category><![CDATA[สหจะโยคะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaisahajayoga.com/?p=189</guid>
		<description><![CDATA[ท่านศรีมาตาจี นิรมลา เทวี เป็นที่รู้จักอย่างเคารพรักในฐานะ ศรีมาตาจี หรือ คุณแม่ ท่านเป็นครูทางจิตวิญญาณคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ให้การตระหนักรู้แก่ผู้คน จำนวนมากพร้อมกันในคราวเดียว ดังที่นักบุญผู้ยิ่งใหญ่หรือศาสดาพยากรณ์ในอดีตเคยอธิบายไว้ ทุกวันนี้ประชาชนหลายล้านคนทั่วโลกได้รับประสบการณ์การก้าวหน้าทางจิตวิญญาณ ของพวกเขาตามคำบอกเล่าและพยากรณ์ดังกล่าว การปรากฏกายของท่านเพื่อเร่งการตื่นขึ้นของกุณฑลินีในหมู่มวลมนุษยชาติ สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือเพียงยื่นมือออกไปที่รูปถ่ายของท่านศรีมาตาจี บุคคลจะได้รับการตระหนักรู้ทันที หากมีความปรารถนาที่จะได้รับ ประวัติโดยย่อ วัยเด็ก ท่านศรี มาตาจี นิรมาลา เทวี เกิดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม ค.ศ.1923 (พ.ศ.2466) ณ เมืองจินตวรา แคว้นมหารัชตระ ประเทศอินเดีย ในครอบครัวคริสเตียน บิดามารดาของท่านคือท่านประสาดและคุณหญิงคอร์เนเลีย ซัลเว ผู้สืบราชสกุลโดยตรงจากราชวงศ์ชาลีวาหะนะ เมื่อแรกเกิดท่านเป็นทารกที่สวยสะอาดสดใสจนได้รับการตั้งชื่อว่า &#8220;นิรมลา&#8221; ซึ่งหมายถึง &#8220;ปราศจากมลทิน&#8221; ต่อมาปวงชนขนานนามท่านว่า ศรี มาตาจี นิรมาลา เทวี &#8211; คุณแม่ผู้เป็นที่เคารพ ซึ่งเกิดมาพร้อมด้วยการรู้แจ้ง และเห็นได้ตั้งแต่วัยเยาว์ว่า ท่านมีพรสวรรค์ที่พิเศษ ซึ่งจะยังประโยชน์อย่างยิ่งให้แก่มวลมนุษยชาติ บิดามารดาของท่านเป็นผู้ก่อการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องอิสรภาพของประเทศอินเดียจากการปกครองของอังกฤษ บิดาของท่านซึ่งเป็นผู้ร่วมงานที่ใกล้ชิดของท่านมหาตมะ คานธี เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งอินเดีย และได้ช่วยเขียนร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกสำหรับอิสรภาพของประเทศ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2011/06/Shri_mataji-pt2.jpg"><img class="size-medium wp-image-60 alignleft" title="Shri Mataji Nirmala Devi" src="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2011/06/Shri_mataji-pt2-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a></p>
<p>ท่านศรีมาตาจี นิรมลา เทวี เป็นที่รู้จักอย่างเคารพรักในฐานะ ศรีมาตาจี หรือ คุณแม่ ท่านเป็นครูทางจิตวิญญาณคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ให้การตระหนักรู้แก่ผู้คน จำนวนมากพร้อมกันในคราวเดียว ดังที่นักบุญผู้ยิ่งใหญ่หรือศาสดาพยากรณ์ในอดีตเคยอธิบายไว้ ทุกวันนี้ประชาชนหลายล้านคนทั่วโลกได้รับประสบการณ์การก้าวหน้าทางจิตวิญญาณ ของพวกเขาตามคำบอกเล่าและพยากรณ์ดังกล่าว การปรากฏกายของท่านเพื่อเร่งการตื่นขึ้นของ<strong>กุณฑลินี</strong>ในหมู่มวลมนุษยชาติ สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือเพียงยื่นมือออกไปที่รูปถ่ายของท่านศรีมาตาจี บุคคลจะได้รับการตระหนักรู้ทันที หากมีความปรารถนาที่จะได้รับ</p>
<p><strong>ประวัติโดยย่อ</strong></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong><span id="more-189"></span>วัยเด็ก</strong></span></p>
<p><a href="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2011/06/sm_closeup.jpeg"><img class="alignright size-full wp-image-138" title="sm_closeup" src="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2011/06/sm_closeup.jpeg" alt="" width="100" height="118" /></a>ท่านศรี มาตาจี นิรมาลา เทวี เกิดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม ค.ศ.1923 (พ.ศ.2466) ณ เมืองจินตวรา แคว้นมหารัชตระ ประเทศอินเดีย ในครอบครัวคริสเตียน บิดามารดาของท่านคือท่านประสาดและคุณหญิงคอร์เนเลีย ซัลเว ผู้สืบราชสกุลโดยตรงจากราชวงศ์ชาลีวาหะนะ เมื่อแรกเกิดท่านเป็นทารกที่สวยสะอาดสดใสจนได้รับการตั้งชื่อว่า <strong>&#8220;นิรมลา&#8221;</strong> ซึ่งหมายถึง <strong>&#8220;ปราศจากมลทิน&#8221;</strong> ต่อมาปวงชนขนานนามท่านว่า <span style="color: #000000;"><strong>ศรี มาตาจี นิรมาลา เทวี</strong></span> &#8211; คุณแม่ผู้เป็นที่เคารพ ซึ่งเกิดมาพร้อมด้วยการรู้แจ้ง และเห็นได้ตั้งแต่วัยเยาว์ว่า ท่านมีพรสวรรค์ที่พิเศษ ซึ่งจะยังประโยชน์อย่างยิ่งให้แก่มวลมนุษยชาติ</p>
<p>บิดามารดาของท่านเป็นผู้ก่อการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องอิสรภาพของประเทศอินเดียจากการปกครองของอังกฤษ บิดาของท่านซึ่งเป็นผู้ร่วมงานที่ใกล้ชิดของท่านมหาตมะ คานธี เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งอินเดีย และได้ช่วยเขียนร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกสำหรับอิสรภาพของประเทศ เป็นนักวิชาการผู้มีชื่อเสียง ผู้มีความเชี่ยวชาญ ในด้านภาษาถึง 14 ภาษา และได้แปลพระคัมภีร์โกหร่านเป็นภาษามาราตีของอินเดีย มารดาของท่าน เป็นสุภาพสตรีชาวอินเดียคนแรกที่ได้รับปริญญาเกียรตินิยมในวิชาคณิตศาสตร์</p>
<p><a href="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2011/06/sm_freedom.jpeg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-140" title="sm_freedom" src="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2011/06/sm_freedom-150x127.jpg" alt="" width="150" height="127" /></a>การต่อสู้เพื่ออิสรภาพของประเทศอินเดีย ในวัยเด็ก ท่าน ศรี มาตาจี เคยพำนักอยู่กับบิดามารดาในอาศรมของ<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Gandhi">ท่านมหาตมะ คานธี </a>ซึ่งท่านมหาตมะ คานธีได้เห็นความเฉลียวฉลาด และมีความประทับใจอย่างใหญ่หลวง ท่านเรียกหนูน้อยด้วยความรักเอ็นดูว่า &#8220;เนปาลี&#8221; เนื่องจากดวงหน้าที่ขาวผ่องราวกับชาวเนปาล แม้ว่าจะมีอายุน้อย แต่ความเข้าใจที่ลึกล้ำของท่านเป็นสิ่งที่ท่านมหาตมะ คานธีประจักษ์ชัด และได้สอบถามสาระความรู้ทางจิตวิญญาณจากท่านอยู่เนืองๆ</p>
<p>ท่าน ศรี มาตาจี ผูกพันกับการต่อสู้เพื่อเสรีภาพอย่างที่สุด ท่านกล้าหาญอย่างยิ่ง และมีบทบาทผู้นำเยาวชนที่กล้าเผชิญหน้าในการรณรงค์นี้ ในปี 1942 <strong><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Indian_independence_movement">&#8220;การเคลื่อนไหวเพื่อปลดปล่อยอินเดีย&#8221;</a></strong> ได้รับการประกาศโดยท่านมหาตมะ คานธี อันทำให้ท่านศรี มาตาจีถูกจับกุมคุมขังพร้อมด้วยคนอื่นๆ ที่เป็นนักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการเคลื่อนไหวเพื่อกิจกรรมพิเศษนี้</p>
<p>ท่าน ศรี มาตาจี ถือกำเนิดมาพร้อมด้วยความเข้าใจอย่างสมบูรณ์เกี่ยวกับระบบประสาทของมนุษย์ และพลังงานที่ควบคู่กัน เพื่อที่จะคุ้นเคยกับคำศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ท่านได้เข้าศึกษาวิชาแพทยศาสตร์และจิตวิทยา ที่วิทยาลัยแพทย์คริสเตียน เมืองลาฮอร์</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>การก่อเกิดของสหจะโยคะ</strong></span><br />
<a href="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2011/06/sm_sea_shore.jpeg"><img class="alignleft size-full wp-image-139" title="sm_sea_shore" src="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2011/06/sm_sea_shore.jpeg" alt="" width="157" height="300" /></a>ก่อนที่อินเดียจะได้รับอิสรภาพเล็กน้อย ท่านได้เข้าพิธีสมรสกับ มร.ซี.พี.ศรีวัสตาวา ข้าราชการพลเรือนผู้อุทิศตนอย่างที่สุดคนหนึ่งของประเทศ ซึ่งได้รับบรรดาศักดิ์เป็นขุนนางจากสมเด็จพระบรมราชินีนาถแห่งอังกฤษ ในหมู่ชาวอินเดียเชื่อกันว่าภรรยาเป็นผู้นำโชคมาให้สามี -เป็นกรณีที่แน่นอนที่สุดสำหรับ มร.ศรีวัสตาวา ท่านได้รับการเลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะเป็นคนที่ซื่อสัตย์ตรงไปตรงมาที่สุด ท่านดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรีในปี 1964-66 ในสมัยของอดีตนายกรัฐมนตรี ศรี ลาล บาฮาดูร ชัสตรี ผู้เป็นแบบอย่างของนายกรัฐมนตรีในอุดมคติของประวัติศาสตร์ประเทศอินเดีย และต่อมาท่านได้รับเลือกให้เป็นเลขาธิการองค์การเดินเรือระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ เป็นเวลาติดต่อกันถึง 16 ปี ขณะที่ มร.ศรีวัสตาวาได้สร้างเกียรติคุณจากประวัติศาสตร์อินเดียออกไปทั่วโลก ท่าน ศรี มาตาจี ผู้ประสบความสำเร็จต่อหน้าที่ของครอบครัวในการอบรมเลี้ยงดูบุตรสาวทั้งสอง ได้เริ่มดำเนินการสำหรับภาระทางจิตวิญญาณของท่านด้วยเช่นกัน</p>
<p>แม้ว่าท่านจะรู้ถึงสำนึกทางจิตวิญญาณของท่านเอง แต่ท่านไม่รู้ว่าจะนำออกชี้แจงให้ผู้คนในสมัยใหม่นี้เห็นได้อย่างไร ท่านยังสำนึกอีกด้วยถึงปัญหาต่างๆ ที่ผู้ให้คำสอนอันแท้จริงทางจิตวิญญาณ ที่มายังโลกก่อนหน้านี้ได้รับ เมื่อพวกท่านทั้งหลายเผยแผ่สัจธรรมให้แก่ประชาชนโดยตรง ในขณะที่ท่านกำลังไตร่ตรองถึงปัญหาหลายแง่มุมที่มนุษย์เผชิญอยู่ ณ วันที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ.1970 บนชายหาดอันสงัดเงียบแห่งเมืองนากอล์ (ห่างจากบอมเบย์ประมาณ 150 ไมล์) ประสบการณ์ทางจิตวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ได้เกิดขึ้นเต็มรูปแบบ และท่านค้นพบคำตอบอย่างฉับพลันสำหรับคำถามของท่าน ท่านค้นพบกระบวนการสำหรับให้การตระหนักรู้แก่หมู่ชนมากมายหลายพันคนซึ่งจะได้รับการเชื่อมโยงนี้ต่อจิตวิญญาณของพวกเขา และดังนั้น จะเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นมาจากภายใน <strong>สหจะ</strong> (-เป็นไปตามธรรมชาติ)<strong> โยคะ</strong> (-การรวมเป็นหนึ่งกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์) ได้เกิดขึ้นแล้ว</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>การเผยแผ่สหจะโยคะทั่วโลก</strong></span></p>
<p><a href="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2011/06/sm_group_photo.jpeg"><img class="alignright size-full wp-image-141" title="sm_group_photo" src="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2011/06/sm_group_photo.jpeg" alt="" width="300" height="197" /></a>ท่าน ศรี มาตาจีได้ทดลองการปลุกพลังด้านจิตวิญญาณที่มีอยู่ในมนุษย์ทุกคน (พลังนี้ชาวฮินดูเรียกว่า <strong>กุณฑาลินี</strong> มุสลิมเรียกว่า รูฮ์ และในคัมภีร์ไบเบิ้ลมีคำอธิบายว่าเป็น วิญญาณศักดิ์สิทธิ์) และได้ผลเป็นที่น่าปลาบปลื้ม ท่านได้ทดลองเป็นครั้งแรกกับผู้ที่อยู่ใกล้ชิด และสังเกตเห็นว่าพวกเขามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทั้งทางร่างกาย ความคิด และจิตวิญญาณ ท่านค่อยๆ พิสูจน์ให้เห็นจริงว่า กระบวนการนี้เท่านั้นที่มีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาสำหรับมนุษย์ และดังนั้น ท่านจึงตัดสินใจที่จะเผยแผ่ออกไปในกลุ่มชน ท่านใช้เงินส่วนตัวและทุ่มเทเวลาเพื่อบอกเล่าแก่ประชาชน และชี้ทางให้พวกเขาได้พบกับพลังแห่งจิตวิญญาณของตนเอง ผู้คนจำนวนหนึ่งเริ่มมีความรู้สึกถึงพลังจิตวิญญาณนี้ ซึ่งไหลรินมาเหมือนลมเย็นรอบๆ ร่างกายของพวกเขา โดยเฉพาะในฝ่ามือและบนยอดศีรษะบริเวณกระหม่อม พวกเขาพิศวงมากต่อปรากฏการณ์นี้ ซึ่งไม่ว่าจะคัดค้านหรือหาข้อโต้แย้งอย่างไร พวกเขาก็ไม่อาจปฏิเสธประสบการณ์ที่พบด้วยตนเองนี้ได้ และด้วยการปฏิบัติตามคำสอนของท่าน ศรี มาตาจี พวกเขาได้ทดลองให้พลังแก่ผู้อื่น ยิ่งทำให้พวกเขาพบความจริงว่า นี่เป็นประสบการณ์ทางจิตวิญญาณที่แท้จริงที่ได้รับการพยากรณ์มาแล้วในทุกศาสนา</p>
<p>เป็นที่น่าประหลาดใจว่า ท่านไม่เคยได้รับการสนับสนุนในด้านการเงินจากบุคคลใด ท่าน ศรี มาตาจี ไม่เคยเรียกเก็บเงินค่าคำสอน หรือคิดเงินในการให้การตระหนักรู้ และไม่มีการสมัครเป็นสมาชิกขององค์กรแต่อย่างใด ท่านยืนยันว่าบุคคลไม่อาจจ่ายเงินเพื่อการรู้แจ้ง และตลอดมานั้น ท่านยืนหยัดประณามผู้ที่หลอกลวงและประกาศตนว่าเป็นคุรุ โดยมีความสนใจในกระเป๋าเงินของผู้แสวงหา มากกว่าการเลื่อนระดับทางจิตวิญญาณของพวกเขา</p>
<p>นับแต่ปี 1970 ท่าน ศรี มาตาจี มีภาระเต็มเวลาในการเดินทางไปทั่วโลก เพื่อสอนวิธีฝึกสมาธิแบบสหจะโยคะ ท่านแสดงให้เห็นความสามารถของท่านในการปลุกพลังแห่งจิตวิญญาณที่มีอยู่ในมนุษย์ให้ตื่นขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยมีผู้เข้ารับประสบการณ์ในระดับ &#8220;มหาชน&#8221;</p>
<p>ประชาชนจำนวนมาก ไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา อายุ หรือตำแหน่งทางสังคม ให้การยอมรับคุณค่าคำสอนของท่าน ศรี มาตาจี โดยการก่อตั้งศูนย์สหจะโยคะขึ้นกว่า 75 ประเทศ ผู้คนเหล่านี้ ซึ่งดำเนินชีวิตในครอบครัวตามปกติ มีความแนบแน่นต่อพลังภายในทางจิตวิญญาณของพวกเขา ด้วยการฝึกสมาธิ สหจะโยคะ เป็นประจำทุกวัน และได้บรรลุถึงความสมดุลอย่างสมบูรณ์ของความเป็นอยู่ ทั้งทางกาย อารมณ์ความรู้สึก ความคิด และระดับของจิตวิญญาณ พวกเขาเข้าใจถึงความเป็นหนึ่งเดียวของศาสนาทุกศาสนา และวิถีทางของจิตวิญญาณนั้นมิได้อยู่ในระดับของความคิด แต่เป็นการผ่านมาทางสัมผัสที่ชัดเจนโดยตรงในระบบประสาทส่วนกลาง หลายพันปีมาแล้วที่มีการพยากรณ์ถึงช่วงเวลาที่ดอกไม้ผลิบาน ท่ามกลางสภาวะวิกฤตของยุคใหม่ ซึ่งจะมาถึง เมื่อผู้แสวงหาสัจธรรมนับพันๆ คนได้รับประสบการณ์ของการเชื่อมโยงนี้กับจิตวิญญาณของพวกเขา</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>การเข้าสู่ระดับนานาชาติ</strong></span></p>
<p><a href="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2011/06/about_pic4.jpeg"><img class="alignleft size-full wp-image-142" title="about_pic4" src="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2011/06/about_pic4.jpeg" alt="" width="150" height="200" /></a>ด้วยคำเชิญของทางราชการสหภาพโซเวียตรัสเซีย ทำให้ท่านสามารถให้การตระหนักรู้แก่ประชาชนที่นั่นถึงกว่า100,000 คน ท่านได้บรรยายคำสอนอย่างสม่ำเสมอต่อผู้ฟัง 10,000 &#8211; 20,000 คนในกลุ่มชาติตะวันออก และมีการประชุมสัมมนาสหจะโยคะทุกปีติดต่อกันที่ รอแยล อัลเบิร์ต ฮอลล์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ท่าน ศรี มาตาจี แสดงคำบรรยายหลายพันครั้ง ให้สัมภาษณ์ทางวิทยุ โทรทัศน์ มีหนังสือพิมพ์ลงข่าวและบทความหลายร้อยครั้งทั่วโลก ท่านเป็นนักพูดที่ชัดเจนแจ่มแจ้ง ท่าน ศรี มาตาจี เป็นผู้ก่อตั้งและประธานแต่เพียงผู้เดียวของสหจะโยคะ หรืออีกชื่อหนึ่งว่า &#8220;วิศวา นิรมาลา ธรรมะ&#8221; ซึ่งเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นโดยไม่แสวงผลกำไรในประเทศต่างๆ ทั่วโลก</p>
<p>ท่าน ศรี มาตาจี ได้รับการยกย่องจากสถาบันต่างๆ ที่มีชื่อเสียงทั่วโลก สำหรับงานที่ไม่เห็นแก่ตน และผลงานอันทรงพลังของคำสอนทางจิตวิญญาณของท่าน ในปี 1993 ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของ Presidium of Petrovskaya academy of Art and Science ในประวัติของวิทยาลัยนี้มีเพียง 12 ท่านที่ได้รับเกียรติยศนี้ รวมทั้งอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ในปีเดียวกัน ท่านได้รับตำแหน่ง Medicine and Self-knowledge จาก St. Petersberg ในการประชุมทางวิชาการนานาชาติ ปี 1994 นายกเทศมนตรีของเมืองหลวงประเทศบราซิล ต้อนรับท่าน ศรี มาตาจี ที่สนามบิน ทำพิธีมอบกุญแจเมืองและรับรองค่าใช้จ่ายในโปรแกรมทั้งหมด ปี 1995 รัฐบาลอินเดียให้เวลาช่วงที่มีผู้ชมมาก ครั้งละ 1 ชั่วโมง สำหรับการบรรยายทางโทรทัศน์เป็นชุดติดต่อกัน เพื่อแพร่ภาพภายในประเทศ ในปีเดียวกัน ท่าน ศรี มาตาจี ได้รับเชิญจากรัฐบาลจีนไปบรรยายในการสัมมนาสตรีนานาชาติที่กรุงปักกิ่ง และในปีเดียวกันนี้ ท่านยังได้รับปริญญาเอกกิตติมศักดิ์ทาง วิทยาศาสตร์ปรจิตวิทยาและการรับรู้ทางสมอง จาก Romanian Ecological University ท่านได้รับการต้อนรับด้วยความเคารพจากนายกเทศมนตรีหลายเมืองในอเมริกาเหนือ (นิวยอร์ค 1994 &amp; 1996,ลอสแองเจลิส 1993 &amp; 1994, บริติช โคลัมเบีย 1994, ซินซินเนติ 1992, ฟิลาเดลเฟีย 1993, เบิร์คเล่ย์ 1997) ท่านได้รับการยกย่องโดยสภาคองเกรสแห่งอเมริกา ในปี 1997 ท่านได้รับการยกย่องให้เป็น &#8220;บุคลิกภาพแห่งปี&#8221; ในปี1986 จากรัฐบาลอิตาลี</p>
<p style="padding-left: 30px;">ท่าน ศรี มาตาจี นิรมาลา เทวีจัดตั้งองค์กรที่ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล( NGO) ด้วยความเมตตาและผูกพันอย่างใหญ่หลวงต่อความทุกข์ของมนุษย์ ท่าน ศรี มาตาจี ได้จัดตั้งองค์กรที่ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล เพื่อที่จะช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาเร่งด่วนทั่วโลก ในระยะ 25 ปีที่ผ่านมา เช่น</p>
<p style="padding-left: 30px;">1. โรงพยาบาลนานาชาติ ในเมืองมุมไบ เพื่อช่วยคนไข้ทั่วโลกให้มีโอกาสรักษาโรคของตนเองด้วยวิธี ของสหจะโยคะ โรงพยาบาลนี้มีผลสำเร็จอย่างยิ่งในการบำบัดรักษาโรคที่รักษาไม่หายหลายโรคเช่น มะเร็ง และลมชักหลายชนิด<br />
2. ศูนย์วิจัยโรคมะเร็งนานาชาติ ในมุมไบ เพื่อศึกษาผลของการฝึกสหจะโยคะ ในการรักษาโรคต่างๆ รวมทั้งโรคทางกายซึ่งเกิดขึ้นจากสาเหตุทางจิต<br />
3. วิทยาลัยดนตรีนานาชาติในเมืองนาคปุระ เพื่อเผยแพร่ดนตรีคลาสสิค<br />
4. สถานสงเคราะห์คนยากจนในกรุงเดลี เพื่อให้ที่พักชั่วคราวแก่ผู้ประสบภัยหรือไร้ที่อยู่อาศัย และเพื่อช่วยพวกเขาด้วยกระบวนการของสหจะโยคะให้เป็นปัจเจกบุคคลที่มีคุณภาพ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>ผลงานของท่านศรีมาตาจีเป็นที่ยอมรับทั่วโลก</strong></span></p>
<p style="padding-left: 30px;">1. ท่านได้รับเหรียญสันติภาพขององค์การสหประชาชาติ ในปี 1989 และในปี 1995 ท่านได้รับปริญญาจาก “The World Ecoforum for Peace” เพื่อสันติภาพ<br />
2. ท่านได้รับปริญญาเอกกิติมศักดิ์ทางปรัชญาและการแพทย์ จากมหาวิทยาลัย เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก และทางศิลปศาสตร์จาก มหาวิทยาลัยบูคาเรสต์<br />
3. ท่านเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของ เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก อะคาเดมี ทางด้านวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ด้านการรับรู้ทางสมอง<br />
4. ท่านได้รับพระราชทานแต่งตั้งเป็น “เลดี้“ โดยสมเด็จพระราชินี อลิซาเบท แห่งประเทศอังกฤษ<br />
5. ท่านได้รับเชิญให้บรรยาย “สหจะโยคะ“ โดยคณะรัฐบาลและเจ้า หน้าที่จากประเทศและเมืองต่างๆ เช่นประเทศตูนิเซีย, บราซิลเลีย, แวนคูเวอร์, ซินวิเนติ, ลอสแอนเจลิส, ซิดนีย์, และฟิลาเดลเฟีย</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>บทสรุป</strong></span></p>
<p><a href="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2011/06/sm_bw.jpeg"><img class="alignright size-full wp-image-143" title="sm_bw" src="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2011/06/sm_bw.jpeg" alt="" width="163" height="220" /></a>ท่าน ศรี มาตาจี นิรมาลา เทวี อุทิศชีวิตของท่านเพื่อเร่งการเพิ่มระดับสูงทางจิตวิญญาณของมนุษย์โดยผ่านการตระหนักรู้ ปฏิรูปบทบาทของสตรีในการพัฒนาด้านจิตวิญญาณ และแนะแนวทางแก่ความเป็นมนุษย์ที่จะเลือกหนทางแห่งศีลธรรมที่ถูกต้องในปัจจุบัน ดูเหมือนว่าแสงสว่างแห่งวิสัยทัศน์ของท่านมหาตมะ คานธี ได้รับการนำไปสู่ความสำเร็จโดยสุภาพสตรีผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้ ผู้ซึ่งได้รับความเคารพ ในฐานะของมารดาศักดิ์สิทธิ์ผู้เปี่ยมล้นด้วยความเมตตาโดยบรรดาผู้ฝึกปฏิบัติตามคำสอนของท่าน ในฐานะของ &#8220;ผู้ส่งสารแห่งสันติ&#8221; โดย อยาตุลลาห์ รูฮานี ในฐานะของผู้อวตารแห่งยุคใหม่ โดยแคลส์ โนเบล (หลานของอัลเบิร์ต โนเบล ผู้ก่อตั้งรางวัลโนเบล) ประธานกรรมการ United Earth</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaisahajayoga.com/2012/01/15/shrimataji/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สหจะโยคะ เบื้องต้น</title>
		<link>http://thaisahajayoga.com/2012/01/13/sahaja-basic/</link>
		<comments>http://thaisahajayoga.com/2012/01/13/sahaja-basic/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 Jan 2012 13:05:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Sahaja Yoga Knowledge Base]]></category>
		<category><![CDATA[กุณฑลินี]]></category>
		<category><![CDATA[จักร]]></category>
		<category><![CDATA[ตระหนักรู้ในตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[ศรีมาตาจี นิรมลา เทวี]]></category>
		<category><![CDATA[สมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[สหจะโยคะ]]></category>
		<category><![CDATA[สหัสราระ]]></category>
		<category><![CDATA[ไวเบรชั่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaisahajayoga.com/?p=167</guid>
		<description><![CDATA[ความหมายของสหจะโยคะ “สหจะ” (สหัช) หมายถึง สิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด การเป็นไปโดยธรรมชาติ “โยคะ” หมายถึง การรวมเป็นหนึ่งกับพลังศักดิ์สิทธิ์ มนุษย์ทุกคนต่างเกิดมาพร้อมกับกลไกอันละเอียดอ่อนภายใน หากกลไกเหล่านี้ถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้น ก็จะมอบ “สหจะโยคะ” การรวมเป็นหนึ่งกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันเป็นไปโดยธรรมชาติ ให้กับผู้นั้น ประสบการณ์นี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “การตระหนักรู้ในตนเอง” และได้รับการกล่าวถึงไว้ในคำสอนของทุกศาสนา แต่สิ่งที่แตกต่างกันกับสหจะโยคะก็คือ การตระหนักรู้ในตนเองนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทางจิตวิญญาณ ในขณะที่คำสอนของศาสนาต่างๆ จะบรรยายไว้ว่าเป็นจุดหมายสูงสุดอันดูห่างไกลออกไป เงื่อนไขในการปลุกพลังแห่งจิตวิญญาณอันหลับใหลอยู่ภายในที่มีชื่อเรียกว่า กุณฑลินี ให้ตื่นขึ้นนั้นก็คือ คนผู้นั้นต้องมีความต้องการอย่างแท้จริงในการสัมผัสถึงสัจธรรมและต้องอยู่ต่อหน้าผู้ที่พลังกุณฑลินีได้ตื่นขึ้นแล้ว เมื่อ &#8220;กุณฑลินี&#8221; ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น พลังนี้จะพุ่งขึ้นมาจากกระดูกกระเบนเหน็บและเดินทางผ่าน สุษุมนานาฑีหรือช่องพลังกลาง ทั้งยังแทงทะลุเพื่อหล่อเลี้ยงและมอบแสงสว่างให้แก่ศูนย์พลังงานทั้ง ๖ (จักร) อีกด้วย เมื่อพลังกุณฑลินีเดินทางผ่านจักรอักนียะในศีรษะ ผู้แสวงหาสัจธรรมจะสามารถสัมผัสได้ถึงความสงบสุขและความเงียบแห่งสติรู้ที่ปราศจากความคิด นี่คือสภาวะแรกของการนั่งสมาธิที่แท้จริง และหากเราสามารถเข้าถึงสภาวะแห่งนิรวิจาระนี้ได้แม้เพียงวันละไม่กี่นาที ชีวิตในทุกด้านจะได้รับการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านกายภาพ จิตใจ อารมณ์ หรือด้านคุณสมบัติทางจิตวิญญาณ ทั้งยังรู้สึกกลมกลืนไปกับโลกรอบๆ ตัวและไม่ถูกกระทบจากชีวิตที่ขึ้นๆ ลงๆ มากเหมือนแต่ก่อน เมื่อพลังกุณฑลินีเดินทางผ่านจักรสหัสราระหรือดอกบัวพันกลีบในบริเวณลิมบิคในสมอง พลังจะแทงทะลุผ่านกลางกระหม่อมอันเป็นบริเวณที่อ่อนนิ่มในวัยเด็ก และรวมตัวเราให้เข้าเป็นหนึ่งกับ ปรมไจตันยะ พลังความรักแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันแผ่ไพศาล เราสามารถรู้สึกได้ในลักษณะของลมเย็นอันแผ่วเบาที่ไหลผ่านบริเวณเหนือศีรษะและบนฝ่ามือ หลังจากนั้นเราก็จะสามารถรับรู้ได้ว่าแท้จริงแล้วเราคือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2012/01/meditating1.png"><img class="alignleft size-medium wp-image-168" title="meditating" src="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2012/01/meditating1-196x300.png" alt="" width="196" height="300" /></a><span style="color: #ff0000;"><strong>ความหมายของสหจะโยคะ</strong></span></p>
<p><strong>“สหจะ”</strong> (สหัช) หมายถึง สิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด การเป็นไปโดยธรรมชาติ “โยคะ” หมายถึง การรวมเป็นหนึ่งกับพลังศักดิ์สิทธิ์ มนุษย์ทุกคนต่างเกิดมาพร้อมกับกลไกอันละเอียดอ่อนภายใน หากกลไกเหล่านี้ถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้น ก็จะมอบ “สหจะโยคะ” การรวมเป็นหนึ่งกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันเป็นไปโดยธรรมชาติ ให้กับผู้นั้น ประสบการณ์นี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “การตระหนักรู้ในตนเอง” และได้รับการกล่าวถึงไว้ในคำสอนของทุกศาสนา แต่สิ่งที่แตกต่างกันกับสหจะโยคะก็คือ การตระหนักรู้ในตนเองนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทางจิตวิญญาณ ในขณะที่คำสอนของศาสนาต่างๆ จะบรรยายไว้ว่าเป็นจุดหมายสูงสุดอันดูห่างไกลออกไป เงื่อนไขในการปลุกพลังแห่งจิตวิญญาณอันหลับใหลอยู่ภายในที่มีชื่อเรียกว่า กุณฑลินี ให้ตื่นขึ้นนั้นก็คือ คนผู้นั้นต้องมีความต้องการอย่างแท้จริงในการสัมผัสถึงสัจธรรมและต้องอยู่ต่อหน้าผู้ที่พลังกุณฑลินีได้ตื่นขึ้นแล้ว</p>
<p>เมื่อ &#8220;กุณฑลินี&#8221; ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น พลังนี้จะพุ่งขึ้นมาจากกระดูกกระเบนเหน็บและเดินทางผ่าน สุษุมนานาฑีหรือช่องพลังกลาง ทั้งยังแทงทะลุเพื่อหล่อเลี้ยงและมอบแสงสว่างให้แก่ศูนย์พลังงานทั้ง ๖ (จักร) อีกด้วย เมื่อพลังกุณฑลินีเดินทางผ่านจักรอักนียะในศีรษะ ผู้แสวงหาสัจธรรมจะสามารถสัมผัสได้ถึงความสงบสุขและความเงียบแห่งสติรู้ที่ปราศจากความคิด นี่คือสภาวะแรกของการนั่งสมาธิที่แท้จริง และหากเราสามารถเข้าถึงสภาวะแห่งนิรวิจาระนี้ได้แม้เพียงวันละไม่กี่นาที ชีวิตในทุกด้านจะได้รับการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านกายภาพ จิตใจ อารมณ์ หรือด้านคุณสมบัติทางจิตวิญญาณ ทั้งยังรู้สึกกลมกลืนไปกับโลกรอบๆ ตัวและไม่ถูกกระทบจากชีวิตที่ขึ้นๆ ลงๆ มากเหมือนแต่ก่อน</p>
<p>เมื่อพลังกุณฑลินีเดินทางผ่านจักรสหัสราระหรือดอกบัวพันกลีบในบริเวณลิมบิคในสมอง พลังจะแทงทะลุผ่านกลางกระหม่อมอันเป็นบริเวณที่อ่อนนิ่มในวัยเด็ก และรวมตัวเราให้เข้าเป็นหนึ่งกับ ปรมไจตันยะ พลังความรักแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันแผ่ไพศาล เราสามารถรู้สึกได้ในลักษณะของลมเย็นอันแผ่วเบาที่ไหลผ่านบริเวณเหนือศีรษะและบนฝ่ามือ หลังจากนั้นเราก็จะสามารถรับรู้ได้ว่าแท้จริงแล้วเราคือ อาตมัน จิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ ไม่ใช่ร่างกาย จิตใจ อารมณ์หรืออีโก้ ประสบการณ์นี้เรียกว่า อาตมาสากษาตการ หรือ การตระหนักรู้ในตนเอง อันเป็นประสบการณ์ที่งดงามและนำไปสู่อิสรภาพ</p>
<p><em><strong>“</strong><strong>คุณจะไม่สามารถรู้ความหมายของชีวิตได้</strong><strong> </strong><strong>จนกว่าคุณจะเชื่อมต่อกับพลังที่สร้างคุณขึ้นมา</strong><strong>&#8220;</strong></em></p>
<p><em>- ท่านศรีมาตาจี นิรมลา เทวี -<span id="more-167"></span></em></p>
<p><a href="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2012/01/subtlesystem-small.png"><img class="alignright size-medium wp-image-169" title="subtlesystem small" src="http://thaisahajayoga.com/wp-content/uploads/2012/01/subtlesystem-small-209x300.png" alt="" width="209" height="300" /></a><span style="color: #ff0000;"><strong> </strong><strong>ระบบกายละเอียด</strong><strong> </strong><strong>ช่องพลังทั้ง</strong><strong> </strong><strong>๓</strong><strong> </strong><strong>ในตัวมนุษย์</strong></span></p>
<p>ในตัวของมนุษย์ทุกคนมีระบบกายละเอียดอันประกอบด้วย ๓ ช่องพลังและ ๗ จักรซ้อนทับอยู่ จักรหรือศูนย์พลังงานของระบบกายละเอียดนี้มีหน้าที่ดูแลชีวิตของเราในทุกแง่มุม เริ่มจากหน้าที่ทางกายภาพตามสัญชาตญาณในศูนย์พลังงานล่าง หัวใจและจิตใจในศูนย์พลังงานบน ระดับสูงสุดแห่งจิตวิญญาณในสหัสราระและจักรที่อยู่เหนือขึ้นไป อาตมัน –จิตวิญญาณ สติรู้ อันสถิตอยู่ในหัวใจฝั่งซ้าย คือแก่นแท้แห่งชีวิตของพวกเรา แต่เพื่อที่จะได้รับความรู้นี้อย่างแท้จริง เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องหยุดกระแสความคิดที่ไหลบ่าเข้ามาจากภายนอกและหันกลับเข้ามาเป็นพยานต่อสัจธรรมภายใน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม กระบวนการแห่งชีวิตภายในนี้ได้รับการจัดเตรียมมาก่อนแล้วอย่างประณีตและงดงาม เมื่อเวลาที่เหมาะสมมาถึง กุณฑลินี “พลังงานแห่งจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์” อันหลับใหลอยู่ในกระดูกกระเบนเหน็บนี้ จะตื่นขึ้นและสติจะถูกดึงให้กลับเข้ามาสู่ภายใน ความคิดของเราจะค่อยๆ หายไปโดยอัตโนมัติ และเราจะเข้าสู่ภาวะแห่งความกระจ่างชัด อันมีชื่อเรียกว่า “สติรู้อันปราศจากความคิด” นี่คือสภาวะแรกแห่งการตระหนักรู้ในตนเอง</p>
<p>ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของสหจะโยคะก็คือ เราจะได้รับ <strong>“สติรู้แห่งไวเบรชั่น”</strong> ซึ่งก็คือ ความสามารถในการรับรู้สภาวะภายในของกายละเอียดของเรา ทั้งยังสามารถรับรู้สภาพของจักรได้บนฝ่ามือ ดังได้แสดงไว้บนรูปภาพกายละเอียดบนหน้าปก</p>
<p>ความรู้สึกชาหรือหนักบนนิ้วมือต่างๆ หมายถึงการอุดตันของจักรนั้นๆ หากรู้สึกบนมือซ้ายหมายถึงจักรในฝั่งซ้าย รู้สึกบนมือขวาหมายถึงจักรในฝั่งขวา และหากรู้สึกในทั้งสองมือหมายถึงจักรนั้นทั้งหมด กระแสลมเย็นบนฝ่ามือหมายถึงไวเบรชั่นแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์สามารถไหลผ่านได้โดยไม่ถูกกีดขวางด้วยสิ่งใด</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>ช่องพลังทั้งสาม</strong></span></p>
<p><span style="text-decoration: underline;">๑. อิฑานาฑี ช่องพลังฝั่งซ้าย</span></p>
<p>ช่องพลังฝั่งซ้ายที่สมดุลหมายถึงความสมดุลทางด้านอารมณ์ แต่หากเราอยู่ในช่องพลังฝั่งซ้ายมากเกินไป เราจะรู้สึกเฉื่อยชา มีแนวโน้มของความสงสารตนเองและถูกคนอื่นครอบงำชักจูง เราสามารถใช้ธาตุดินและธาตุไฟเพื่อนำความสมดุลกลับมาสู่ช่องพลังซ้ายได้</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">๒. ปิงคลานาฑี ช่องพลังฝั่งขวา </span></p>
<p>ช่องพลังฝั่งขวามอบพลังแห่งการขับเคลื่อน ความคิดสร้างสรรค์และความสามารถในการทำงานให้สำเร็จลุล่วง หากเราอยู่ในช่องพลังฝั่งขวามากเกินไป จะกลายเป็นคนที่มีบุคลิกแห้งแล้ว ชอบวิจารณ์และครอบงำชักจูงผู้อื่น ธาตุน้ำจะช่วยผ่อนคลายและทำให้ช่องพลังขวาที่ร้อนเกินไปเย็นลง</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">๓. สุษุมนานาฑี ช่องพลังกลาง</span></p>
<p>เมื่อเราอยู่ในช่องพลังกลาง เราจะอยู่ในสมดุลและสามารถก้าวหน้าต่อไปได้ การนั่งสมาธิสม่ำเสมอจะช่วยให้ช่องพลังกลางมีความมั่นคงและพัฒนาต่อไปได้ และพวกเราจะกลายเป็นคนมีความสงบสุขจากภายในอย่างแท้จริง</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>ประโยชน์ที่จะได้รับจากการฝึกสหจะโยคะ</strong></span></p>
<ol>
<li>เราจะกลายเป็นคนที่มีความสงบและมั่นคง ความเครียดความกังวลจะลดลง</li>
<li>สุขภาพกายดีขึ้น</li>
<li>นอนหลับได้สบายและไม่ถูกรบกวน</li>
<li>ชีวิตครอบครัวและความสัมพันธ์ทุกรูปแบบมีความกลมกลืนกันมากขึ้น</li>
<li>นิสัยไม่ดี เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า สายตาสอดส่าย ฯลฯ จะหายไปเองโดยอัตโนมัติ</li>
<li>สามารถได้รับความเบิกบานจากสภาวะทางจิตวิญญาณที่สูงส่งได้ แม้จะยังอยู่ในเพศฆราวาส</li>
<li>ด้วยสติรู้ภายใน เราสามารถนําทางให้กับชีวิตของตนได้อย่างถูกต้อง</li>
</ol>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaisahajayoga.com/2012/01/13/sahaja-basic/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

