“สหจะ” (สหัช) หมายถึง สิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด การเป็นไปโดยธรรมชาติ “โยคะ” หมายถึง การรวมเป็นหนึ่งกับพลังศักดิ์สิทธิ์ มนุษย์ทุกคนต่างเกิดมาพร้อมกับกลไกอันละเอียดอ่อนภายใน หากกลไกเหล่านี้ถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้น ก็จะมอบ “สหจะโยคะ” การรวมเป็นหนึ่งกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันเป็นไปโดยธรรมชาติ ให้กับผู้นั้น ประสบการณ์นี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “การตระหนักรู้ในตนเอง” และได้รับการกล่าวถึงไว้ในคำสอนของทุกศาสนา แต่สิ่งที่แตกต่างกันกับสหจะโยคะก็คือ การตระหนักรู้ในตนเองนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทางจิตวิญญาณ ในขณะที่คำสอนของศาสนาต่างๆ จะบรรยายไว้ว่าเป็นจุดหมายสูงสุดอันดูห่างไกลออกไป เงื่อนไขในการปลุกพลังแห่งจิตวิญญาณอันหลับใหลอยู่ภายในที่มีชื่อเรียกว่า กุณฑลินี ให้ตื่นขึ้นนั้นก็คือ คนผู้นั้นต้องมีความต้องการอย่างแท้จริงในการสัมผัสถึงสัจธรรมและต้องอยู่ต่อหน้าผู้ที่พลังกุณฑลินีได้ตื่นขึ้นแล้ว
เมื่อ “กุณฑลินี” ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น พลังนี้จะพุ่งขึ้นมาจากกระดูกกระเบนเหน็บและเดินทางผ่าน สุษุมนานาฑีหรือช่องพลังกลาง ทั้งยังแทงทะลุเพื่อหล่อเลี้ยงและมอบแสงสว่างให้แก่ศูนย์พลังงานทั้ง ๖ (จักร) อีกด้วย เมื่อพลังกุณฑลินีเดินทางผ่านจักรอักนียะในศีรษะ ผู้แสวงหาสัจธรรมจะสามารถสัมผัสได้ถึงความสงบสุขและความเงียบแห่งสติรู้ที่ปราศจากความคิด นี่คือสภาวะแรกของการนั่งสมาธิที่แท้จริง และหากเราสามารถเข้าถึงสภาวะแห่งนิรวิจาระนี้ได้แม้เพียงวันละไม่กี่นาที ชีวิตในทุกด้านจะได้รับการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านกายภาพ จิตใจ อารมณ์ หรือด้านคุณสมบัติทางจิตวิญญาณ ทั้งยังรู้สึกกลมกลืนไปกับโลกรอบๆ ตัวและไม่ถูกกระทบจากชีวิตที่ขึ้นๆ ลงๆ มากเหมือนแต่ก่อน
เมื่อพลังกุณฑลินีเดินทางผ่านจักรสหัสราระหรือดอกบัวพันกลีบในบริเวณลิมบิคในสมอง พลังจะแทงทะลุผ่านกลางกระหม่อมอันเป็นบริเวณที่อ่อนนิ่มในวัยเด็ก และรวมตัวเราให้เข้าเป็นหนึ่งกับ ปรมไจตันยะ พลังความรักแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันแผ่ไพศาล เราสามารถรู้สึกได้ในลักษณะของลมเย็นอันแผ่วเบาที่ไหลผ่านบริเวณเหนือศีรษะและบนฝ่ามือ หลังจากนั้นเราก็จะสามารถรับรู้ได้ว่าแท้จริงแล้วเราคือ อาตมัน จิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ ไม่ใช่ร่างกาย จิตใจ อารมณ์หรืออีโก้ ประสบการณ์นี้เรียกว่า อาตมาสากษาตการ หรือ การตระหนักรู้ในตนเอง อันเป็นประสบการณ์ที่งดงามและนำไปสู่อิสรภาพ
“คุณจะไม่สามารถรู้ความหมายของชีวิตได้ จนกว่าคุณจะเชื่อมต่อกับพลังที่สร้างคุณขึ้นมา“
- ท่านศรีมาตาจี นิรมลา เทวี -
ระบบกายละเอียด ช่องพลังทั้ง ๓ ในตัวมนุษย์
ในตัวของมนุษย์ทุกคนมีระบบกายละเอียดอันประกอบด้วย ๓ ช่องพลังและ ๗ จักรซ้อนทับอยู่ จักรหรือศูนย์พลังงานของระบบกายละเอียดนี้มีหน้าที่ดูแลชีวิตของเราในทุกแง่มุม เริ่มจากหน้าที่ทางกายภาพตามสัญชาตญาณในศูนย์พลังงานล่าง หัวใจและจิตใจในศูนย์พลังงานบน ระดับสูงสุดแห่งจิตวิญญาณในสหัสราระและจักรที่อยู่เหนือขึ้นไป อาตมัน –จิตวิญญาณ สติรู้ อันสถิตอยู่ในหัวใจฝั่งซ้าย คือแก่นแท้แห่งชีวิตของพวกเรา แต่เพื่อที่จะได้รับความรู้นี้อย่างแท้จริง เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องหยุดกระแสความคิดที่ไหลบ่าเข้ามาจากภายนอกและหันกลับเข้ามาเป็นพยานต่อสัจธรรมภายใน
อย่างไรก็ตาม กระบวนการแห่งชีวิตภายในนี้ได้รับการจัดเตรียมมาก่อนแล้วอย่างประณีตและงดงาม เมื่อเวลาที่เหมาะสมมาถึง กุณฑลินี “พลังงานแห่งจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์” อันหลับใหลอยู่ในกระดูกกระเบนเหน็บนี้ จะตื่นขึ้นและสติจะถูกดึงให้กลับเข้ามาสู่ภายใน ความคิดของเราจะค่อยๆ หายไปโดยอัตโนมัติ และเราจะเข้าสู่ภาวะแห่งความกระจ่างชัด อันมีชื่อเรียกว่า “สติรู้อันปราศจากความคิด” นี่คือสภาวะแรกแห่งการตระหนักรู้ในตนเอง
ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของสหจะโยคะก็คือ เราจะได้รับ “สติรู้แห่งไวเบรชั่น” ซึ่งก็คือ ความสามารถในการรับรู้สภาวะภายในของกายละเอียดของเรา ทั้งยังสามารถรับรู้สภาพของจักรได้บนฝ่ามือ ดังได้แสดงไว้บนรูปภาพกายละเอียดบนหน้าปก
ความรู้สึกชาหรือหนักบนนิ้วมือต่างๆ หมายถึงการอุดตันของจักรนั้นๆ หากรู้สึกบนมือซ้ายหมายถึงจักรในฝั่งซ้าย รู้สึกบนมือขวาหมายถึงจักรในฝั่งขวา และหากรู้สึกในทั้งสองมือหมายถึงจักรนั้นทั้งหมด กระแสลมเย็นบนฝ่ามือหมายถึงไวเบรชั่นแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์สามารถไหลผ่านได้โดยไม่ถูกกีดขวางด้วยสิ่งใด
ช่องพลังทั้งสาม
๑. อิฑานาฑี ช่องพลังฝั่งซ้าย
ช่องพลังฝั่งซ้ายที่สมดุลหมายถึงความสมดุลทางด้านอารมณ์ แต่หากเราอยู่ในช่องพลังฝั่งซ้ายมากเกินไป เราจะรู้สึกเฉื่อยชา มีแนวโน้มของความสงสารตนเองและถูกคนอื่นครอบงำชักจูง เราสามารถใช้ธาตุดินและธาตุไฟเพื่อนำความสมดุลกลับมาสู่ช่องพลังซ้ายได้
๒. ปิงคลานาฑี ช่องพลังฝั่งขวา
ช่องพลังฝั่งขวามอบพลังแห่งการขับเคลื่อน ความคิดสร้างสรรค์และความสามารถในการทำงานให้สำเร็จลุล่วง หากเราอยู่ในช่องพลังฝั่งขวามากเกินไป จะกลายเป็นคนที่มีบุคลิกแห้งแล้ว ชอบวิจารณ์และครอบงำชักจูงผู้อื่น ธาตุน้ำจะช่วยผ่อนคลายและทำให้ช่องพลังขวาที่ร้อนเกินไปเย็นลง
๓. สุษุมนานาฑี ช่องพลังกลาง
เมื่อเราอยู่ในช่องพลังกลาง เราจะอยู่ในสมดุลและสามารถก้าวหน้าต่อไปได้ การนั่งสมาธิสม่ำเสมอจะช่วยให้ช่องพลังกลางมีความมั่นคงและพัฒนาต่อไปได้ และพวกเราจะกลายเป็นคนมีความสงบสุขจากภายในอย่างแท้จริง
ประโยชน์ที่จะได้รับจากการฝึกสหจะโยคะ
- เราจะกลายเป็นคนที่มีความสงบและมั่นคง ความเครียดความกังวลจะลดลง
- สุขภาพกายดีขึ้น
- นอนหลับได้สบายและไม่ถูกรบกวน
- ชีวิตครอบครัวและความสัมพันธ์ทุกรูปแบบมีความกลมกลืนกันมากขึ้น
- นิสัยไม่ดี เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า สายตาสอดส่าย ฯลฯ จะหายไปเองโดยอัตโนมัติ
- สามารถได้รับความเบิกบานจากสภาวะทางจิตวิญญาณที่สูงส่งได้ แม้จะยังอยู่ในเพศฆราวาส
- ด้วยสติรู้ภายใน เราสามารถนําทางให้กับชีวิตของตนได้อย่างถูกต้อง








