- สหจะโยคะช่วยแก้ไขปัญหาในร่างกายและจิตใจทั้งของคุณและของผู้อื่นให้ถูกต้อง นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง
- สหจะโยคะสามารถขจัดสิ่งเสพติดทุกชนิด เพราะว่าร่างกายของคุณจะปฏิเสธสิ่งไม่บริสุทธิ์
- สหจะโยคะเปลี่ยนแปลงตัวเราเป็นรายบุคคล สร้างมนุษย์ให้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ดีขึ้น
- สหจะโยคะเรียนรู้และปฏิบัติได้ง่ายไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ แต่จะเป็นไปเองโดยธรรมชาติ ซึ่งเป็นกุญแจนำไปสู่ความสำเร็จอย่างเรียบง่าย
บทความต่อไปนี้เป็นบทความที่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์อันยิ่งใหญ่ของสหจะโยคะในด้านสุขภาพ
สหจะโยคะมีผลดีต่อสุขภาพ
บทความจาก The Indian Express “Easy Healer” การสัมภาษณ์ Dr. Umesh C. Rai ( นายแพทย์ ดร.อูเมซ ซี.ไร ) ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพและวิจัยนานาชาติ สหจะโยคะ กรุงบอมเบย์ (มุมไบ) โดย Sudipta Basu -นักข่าว
The Indian Express”23 July 1996.
แพทย์หลายคนในแมดริดวางมือจากการรักษาอาการป่วยของ Jose Julio Moreno ด้วย โรคที่มีชื่อว่า Pan Arteritis Nodosa ซึ่งทำให้เธอต้องมีชีวิตอยู่อย่างกึ่งอัมพาตใน 20 ปีที่ผ่านมา หลังจากถูกพิษของปลาหมึกยักษ์ (octopus) เธอเดินหรือใช้มือได้อย่างยากลำบาก แต่เมื่อใช้เวลา 2 เดือนที่ศูนย์สุขภาพ ณ เมืองนาวี มุมไบแห่งนี้ เธอเขียนข้อความลงในบันทึกผู้ป่วยที่กลับบ้านว่า “ก่อนหน้านี้ ฉันทรงตัวให้ตรงไม่ได้เลย สายตาก็มองเกือบไม่เห็น แต่วันนี้ฉันเดินได้ เขียนหนังสือได้ วาดรูปได้…”
ยังมีคนอื่นๆ ที่เหมือนกัน เช่น เชอร์ลีย์ เบลอบี วัย 48 จากนิวยอร์ค มาอยู่ที่นี่เมื่อ 2เดือนที่แล้ว และได้รับการรักษาอาการของโรคทางเดินหายใจเรียบร้อยแล้ว เล่าว่า “คุณหมอที่นิวยอร์คแนะนำว่าฉันควรจะผ่าตัดหัวใจ แต่ฉันค่อนข้างจะไม่เห็นพ้องกับการแพทย์สมัยใหม่ ฉันจึงเลือกมารักษาที่นี่ ฉันเคยหายใจไม่ออกแม้จะออกไปอยู่ชานเมืองนิวยอร์ค แต่หลังจากสองเดือนที่เข้ามานี้ รู้สึกดีขึ้นมากจริงๆ”
ไม่ใช่ว่าผู้คนเหล่านี้ราวกับได้ดื่มยามหัศจรรย์ แต่ต้องขอบคุณ สหจะโยคะ ที่อาการเจ็บป่วยของพวกเขาได้รับการเอาใจใส่ดูแลอย่างที่เป็นอยู่ สหจะโยคะมีผู้ฝึกปฏิบัติกว่า 65 ประเทศทั่วโลก ศูนย์สุขภาพและวิจัยนานาชาติสหจะโยคะ ที่นาวี มุมไบ เป็นโครงการนำร่อง และร่วมมือกับกิจกรรมของศูนย์วิจัยสหจะโยคะ ในกรุงลอนดอน ปารีส เวียนนา มอสโคว์ เคียฟ โตรอนโต้ และซิดนีย์
สหจะโยคะ ซึ่งค้นพบโดย ท่าน ศรี มาตาจี นิรมาลา เดวี มีจุดมุ่งหมายในการบรรลุถึงการดูแลสุขภาพในหมู่ประชาชน ศาสตร์นี้มุ่งประเด็นในการปลุกพลังเริ่มแรกที่สงบนิ่งอยู่ให้ตื่นขึ้น เพื่อพลัง(ไวเบรชั่น)แห่งจักรวาลที่ละเอียดเย็นในร่างกายจะได้รับการเชื่อมโยง ทำให้เกิดการหล่อเลี้ยงบำรุง และคืนความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าให้แก่เซลล์แต่ละเซลล์ทุกๆ เซลล์ของร่างกาย ดร.ไร ผู้อำนวยการศูนย์ ฯ กล่าวว่า “ด้วยผลจากการฝึกสมาธิซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายพื้นฐานของสหจะโยคะ ร่างกายจะผลิตของเหลวชนิดหนึ่งซึ่งมีอานุภาพในการบำบัดรักษาให้หายได้แม้แต่อาการเจ็บป่วยที่รุนแรงที่สุด”
อีกกรณีหนึ่งของนลิมาและสุนิล มาเน ทั้งคู่ต้องทนทุกข์ใจเนื่องจากไม่มีลูกแม้จะแต่งงานมา ถึง 14 ปีแล้ว พวกเขาได้พบความผ่อนคลายในศาสตร์แห่งการดูแลรักษานี้ ขณะนี้นลิมาแม่ของลูกวัยสิบขวบ กล่าวว่า “เราเชื่อมั่นแน่นอนว่าหลังจากฝึกสหจะโยคะระยะหนึ่ง ก็เป็นไปได้สำหรับเราที่จะมีลูก”
ดร.ไร ได้ทำวิทยานิพนธ์ที่โรงพยาบาลและวิทยาลัยแพทย์เลดี้ฮาร์ดิงก์ กรุงนิวเดลี ด้วยหัวข้อเกี่ยวกับบทบาทของสหจะโยคะในการรักษาโรคทางกายที่มีสาเหตุมาจากจิตใจ
เขายืนยันว่า ในขณะที่ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ทำให้โรคติดต่อต่างๆ หมดไป การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ,ไต ได้รับความสำเร็จด้วยดี แต่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่พบคำตอบสำหรับการรักษาโรคทางกายที่มีสาเหตุมาจากจิต ซึ่งมีผู้ป่วยเพิ่มจำนวนขึ้นในประเทศที่พัฒนาแล้วพอๆ กับประเทศที่กำลังพัฒนา โรคดังกล่าวตัวอย่างเช่น ความดันโลหิตสูง ปวดศีรษะแบบไมเกรน หอบหืด ลมชัก ฯลฯ
แพทย์ปัจจุบันที่ฝึกหัดการใช้ยารักษาแบบอัลโลพาธิค ได้เข้าสู่สถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจงอย่างยิ่ง กล่าวคือพวกเขาจัดแยกส่วนต่างๆ ของร่างกายเพื่อทำการรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะอวัยวะชิ้นนั้นๆ ด้วยการกระทำเช่นนี้ พวกแพทย์ไม่สามารถเห็นภาพรวมของการเกิดโรคที่สร้างความรบกวนให้แก่องคาพยพของร่างกาย พวกเขารักษาเฉพาะจุด โดยไม่พิจารณาในเชิงจิตวิทยา และความเป็นไปในสังคมของคนไข้อีกด้วย ดร.ไร กล่าว “บุคคลคนหนึ่งแม้จะมีร่างกายที่แข็งแรง แต่ปัญหาทางอารมณ์ หรือการเข้ากับคนอื่นไม่ได้ ก็สามารถทำให้เขารู้สึกไม่สบายได้มากเหมือนกัน”
ดร.ไร ให้ความเห็นโดยอ้างถึงคัมภีร์โบราณของอินเดีย เช่น โยคะสุตราของปตัญชลี ที่ให้ความหมายของ โยคะ ว่าเป็นกลวิธีที่แท้ที่สุดในการช่วยให้ร่างกายและจิตใจมีสุขภาพสมบูรณ์ นี่เป็นความจริงแม้กระทั่งในปัจจุบัน แต่ยังมีความต้องการสำหรับความกลมกลืนที่มิได้เป็นเพียงภายในจิต แต่ครอบคลุมถึงการใช้ชีวิตภายนอกด้วย “เพื่อให้โยคะเข้าถึงประเด็นของปัญหามากขึ้นในปัจจุบัน ต้องมีความสัมพันธ์ทั้งด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผสมผสานพร้อมแล้วในสหจะโยคะ ศาสตร์นี้วางขอบเขตโดยทั่วถึงทั้งหมดที่คนเรามีมาตั้งแต่เกิด” เขาอธิบาย
รากฐานอยู่ที่ระบบประสาทอันละเอียดอ่อน หรือกายส่วนที่เป็นพลังงานของเรา มีพลังอย่างหนึ่งซึ่งเป็นพลังแรกเริ่มนอนสงบนิ่งด้วยลักษณะขดเป็นวงสามรอบครึ่งอยู่ภายในกระดูกรูปสามเหลี่ยม ตรงปลายล่างสุดของแนวกระดูกสันหลังในแต่ละบุคคลทุกๆ คน เรียกว่าพลังกุณฑาลินี (กุน-ดา-ลิ-นี) เมื่อได้รับการกระตุ้นโดยวิธีของสหจะโยคะ พลังนี้จะเดินทางขึ้นสูงพร้อมกับปลุกจักราหรือศูนย์พลังภายใน ทั้งหกแห่ง ทะลุผ่านบราห์มารันดรา(บริเวณกระหม่อมที่ส่วนบนสุดของศีรษะ)แล้วรวมเป็นหนึ่งกับพลังงานแห่งจักรวาลที่แผ่ไพศาลอยู่โดยทั่วไป “และด้วยความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในบริเวณระยางของสมอง คลื่นพลัง(ไวเบรชั่น)ลมเย็นที่ละเอียดประณีตจะเริ่มพัดผ่านฝ่ามือทั้งสองและบนยอดของศีรษะ และในสติสำนึกแห่งไวเบรชั่นนี้ เมื่อบุคคลรู้สึกถึงอุปสรรคในการผ่านของพลังหรือการอุดตันที่จักราใดๆ ก็ตาม เขาจะสามารถแก้ไขให้จักราเหล่านั้นทำงานอย่างถูกต้องเหมาะสม และโรคต่างๆ จะได้รับการบำบัดรักษา
เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงบางประการของสหจะโยคะ ได้มีการจัดการศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบขึ้นในภาควิชาสรีรศาสตร์และการแพทย์แห่งโรงพยาบาลและวิทยาลัยแพทย์เลดี้ ฮาร์ดิงก์ นิวเดลี โครงการวิจัย ศึกษาถึงผลทางจิตวิทยาของการปลุกพลังกุณฑาลินีโดยสหจะโยคะ และผลของการฝึกสหจะโยคะที่มีต่อการรักษาโรคทางกายซึ่งมีสาเหตุจากจิต เช่น ความดันโลหิตสูง และหอบหืด
เบลอบีอธิบายว่า ด้านที่สำคัญที่สุดของศาสตร์นี้ คือการบรรลุสภาวะของจิตว่าง หรือการมีสติโดยปราศจากการคิด “ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากที่สุดที่จะเข้าถึงได้ แต่ถ้าหากเมื่อใดที่จิตของคุณเป็นอิสระ คุณจะค่อยๆ เริ่มรู้สึกถึงความสงบนิ่งที่อยู่ภายใน”
แต่การรักษาโรคของที่นี่ เช่น ความดันโลหิตสูง ฯลฯ เป็นไปได้หรือไม่ว่าเหตุผลที่แท้จริงคือการมาอยู่ที่ศูนย์นี้เป็นการแยกตัวจากปัญหาของคนไข้ “การออกไปจากภาระหน้าที่ประจำวัน ช่วยให้มีสมาธิโดยตรงที่สหจะ และแล้วเราควรรักษาระดับของสภาวะนี้ให้คงที่ไว้ ผลการรักษาก็จะยั่งยืนไปตลอด” เบลอบีให้คำตอบ
นี่คือทางเลือกสำหรับศาสตร์แห่งการบำบัดรักษา สำหรับสภาวการณ์ปัจจุบัน สหจะโยคะมิใช่วิธีที่เข้มแข็งทางหนึ่งหรือ ? – “The Indian Express”23 July 1996.








